
สินค้าขู่ขึ้นราคาไตรมาส2
สินค้าจ่อขึ้นราคาไตรมาส 2 เหตุค่าแรงขึ้นต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง เอสเอ็มอีเสี่ยงปิดอีก
สินค้าจ่อขึ้นราคาไตรมาส 2 เหตุค่าแรงขึ้นต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง เอสเอ็มอีเสี่ยงปิดอีก
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้มีโอกาสที่จะเห็นผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมปรับราคาสินค้าในประเทศขึ้น ตามภาระต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทต่อวัน ซึ่งภาระค่าแรงดังกล่าวยังส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับขึ้น
ทั้งนี้ การปรับราคาสินค้าในประเทศนั้น คาดว่าจะอยู่ที่ 10-15% และคงปรับขึ้นในสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภท ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับการใช้แรงงาน โดยเป็นสินค้าที่ใช้แรงงานมาก อาจจะปรับขึ้นได้ถึง 15% โดยการปรับเป็นไปได้ 3 รูปแบบ คือ 1.ขึ้นราคาในปริมาณสินค้าเท่าเดิม 2.ทั้งขึ้นราคาและลดปริมาณ และ 3.ลดปริมาณลงและขายในราคาเท่าเดิม
“ที่ผ่านมาไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้ แต่รอบนี้กระทรวงพาณิชย์ท่านคงเข้าใจ เพราะอัตรา 10-15% เป็นระดับที่ไม่มากหรือน้อยเกินไป ถ้ามากกว่านี้กำลังซื้อประชาชนคงมีปัญหา แต่ถ้าน้อยกว่านี้ก็ไม่ถือว่าช่วยอะไรผู้ประกอบการ” นายวัลลภ กล่าว
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าราคาจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะเป็นช่วงปิดเทอม ความต้องการใช้สินค้าไม่สูงมาก โดยกรมยืนยันว่าจะดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมกันนี้จะเข้าไปติดตามดูแลราคาสินค้าช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อไม่ให้มีการฉวยโอกาสขายเกินราคา
สำหรับปัญหาค่าแรงที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบต่อผู้ประกอบการนั้น นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่าผลกระทบค่าแรง 300 บาทต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จะชัดเจนขึ้นในปลายไตรมาส 2 ซึ่งรายที่ปรับตัวไม่ได้อาจจะต้องปิดกิจการไป โดยก่อนหน้านี้กลุ่มที่มีการขาดทุนสะสมได้ปิดกิจการไปบ้างแล้ว แต่ปัญหาค่าแรงจะผลักดันให้บริษัทที่มีปัญหาต้องปิดกิจการเร็วขึ้น







