
เฟอร์นิเจอร์ไม้ไทยโตเคียงคู่เมียนมาร์
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้กำลังออกไปลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากมีความต้องการวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้กำลังออกไปลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากมีความต้องการวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
และหลังจากประเทศเมียนมาร์เปิดประตูรับการลงทุนอีกครั้ง ก็ทำให้กลายเป็นแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่ โดยเฉพาะไม้สักที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นตลาดสำคัญของธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ณัฐวิณ พงษ์เภตรารัตน์ เจ้าของและผู้บริหาร บริษัท ธาราภู เดคอร์ ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ บริษัทส่งออกไม้รายใหญ่ของโลก เข้าไปทำธุรกิจในเมียนมาร์มานานกว่า 40 ปี กล่าวถึงการเข้าไปทำธุรกิจที่นี่ว่า ธาราภู เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างเอกชนไทยและรัฐบาลเมียนมาร์ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลเมียนมาร์มาอย่างยาวนาน และการตัดสินใจเข้าไปลงทุนธุรกิจ เนื่องจากที่นั่นมีวัตถุดิบคุณภาพดีและปริมาณมากเพียงพอ โดยธุรกิจไม้ทำรายได้ให้ประเทศติดอันดับ 1 ใน 5 เลยทีเดียว
บริษัทเข้าไปทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ ได้แก่ ไม้ซุง ไม้แปรรูป ในเมียนมาร์ มีโรงเลื่อยไม้ ทำไม้พื้น แต่ยังไม่ถึงขั้นผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม เพราะไฟฟ้ายังไม่เพียงพอ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ 80% และลูกค้าในประเทศอีก 20%
ขณะเดียวกันยังมีโรงงานทำไม้พื้นที่มาเลเซีย โดยเข้าไปทำธุรกิจมานานกว่า 15 ปี เพราะอุตสาหกรรมไม้เป็นอุตสาหกรรมใหญ่ในมาเลเซีย มีวัตถุดิบเยอะ และรัฐบาลมาเลเซียส่งเสริมให้ต่างชาติเข้าไปทำธุรกิจดังกล่าว ส่วนในเมืองไทย มีโรงงานผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น ประตู หน้าต่างไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ โดยใช้วัตถุดิบจากประเทศเมียนมาร์
ณัฐวิณ มองตลาดเมียนมาร์ว่า การเข้าไปทำธุรกิจตั้งแต่สมัยยังไม่เปิดประเทศ มีข้อดี คือมีคนเข้าไปลงทุนน้อย มีคู่แข่งน้อย เป็นโอกาสของคนที่ทำอยู่แล้ว ขณะที่ปัจจุบันนักลงทุนเข้าไปมากขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสอีกอย่างหนึ่ง คือ ตลาดเปิดมากขึ้นและมีโอกาสที่อุตสาหกรรมไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์จะเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาประเทศ
ปัจจุบันการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้างที่อยู่อาศัย โรงแรม อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน รวมถึงงานโครงการในเมียนมาร์ขยายตัวอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และธุรกิจการออกแบบตกแต่งอย่างมาก ทางบริษัทจึงได้ดึงหุ้นส่วนจากประเทศไทยเข้าไปทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่ง เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร ทำให้สามารถรับงานโครงการได้ ให้บริการครอบคลุมตั้งแต่ตกแต่ง จัดหาเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงงานระบบการเดินน้ำ ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้ยังเปิดโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ในเมียนมาร์อีกด้วย
“ตอนนี้เรามุ่งเน้นธุรกิจที่เมียนมาร์เป็นหลัก ยังไม่คิดจะขยายไปที่อื่น เพราะมองเห็นโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก เป็นความได้เปรียบของการเข้าไปทำธุรกิจก่อน เพราะมีต้นทุนในการก่อตั้งธุรกิจต่ำกว่าปัจจุบัน สามารถต่อยอดธุรกิจได้มากกว่า รวมทั้งการมีหุ้นส่วนที่ดีจะช่วยให้เติบโตได้เร็วขึ้น ผู้ประกอบการไทยต้องฉวยโอกาสความได้เปรียบที่ลูกค้านิยมใช้สินค้าไทย หากมัวแต่รอช้า เมื่อเวลาผ่านไปคู่แข่งสามารถตั้งตัวได้ เมื่อนั้นการแข่งขันจะเพิ่มมากขึ้น” ณัฐวิณ กล่าว
ต้นทุนการลงทุนในขณะนี้สูงกว่าสมัยก่อนประมาณ 4 เท่าตัว แต่เดิมการทำธุรกิจในเมียรมาร์ไม่ต้องทำการตลาด ไม่มีการโฆษณา แต่ตอนนี้ต้นทุนการทำธุรกิจสูงขึ้น ค่าโฆษณาแพงมาก ส่วนค่าเช่าที่ดิน หรือห้องพัก อาคารสำนักงาน ก็พุ่งพรวดจากราคาประมาณ 600800 เหรียญสหรัฐ/เดือน เป็น 4,000 เหรียญสหรัฐ แถมต้องจ่ายล่วงหน้า 1 ปี เพราะอาคารสำนักงาน หรือออฟฟิศยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่เชื่อว่าภายใน 3 ปีนี้ เมื่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นและเพียงพอ ราคาจะเริ่มปรับลดลงเข้าสู่ภาวะปกติตามกลไกตลาด
ณัฐวิณ ย้ำว่า นักลงทุนไทยที่ต้องการเข้าไปลงทุน ควรรีบฉวยโอกาสที่มีอยู่ในตอนนี้เข้าไปทำตลาด เพื่อให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับการเติบโตของเมียนมาร์







