
ผ่ากลยุทธ์ อาหารไทย บุกแดนจิงโจ้
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
“ครัวไทยสู่ครัวโลก” อีกหนึ่งนโยบายสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตในต่างแดน ที่อาศัยความเลื่องชื่อในรสชาติอาหารไทยที่แสนอร่อย ที่ยังเป็นไม้เด็ดพาผู้ประกอบการธุรกิจไทยในตลาดกลุ่มนี้ออกสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจในขณะนี้
อภิศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการและผู้บริหาร บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว กล่าวถึงกลยุทธ์การส่งออกสินค้าอาหารไทยไปออสเตรเลีย ว่า ผู้ประกอบการธุรกิจไทย ยังมีโอกาสอีกมากในการทำตลาดส่งออกสินค้าหมวดอาหารเครื่องปรุงไปยังออสเตรเลีย ส่วนหนึ่งจากปัจจัยการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างประเทศ ที่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบจากไทยเข้าไปเป็นส่วนประกอบการในการปรุงอาหารไทยเมนูต่างๆ
จากการจัด 5 อันดับธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างประเทศ พบว่า ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 1 คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา อันดับ 2 ประเทศออสเตรเลีย อันดับ 3 สหราชอาณาจักร อันดับ 4 เยอรมนี และอันดับ 5 นิวซีแลนด์ ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสในการจัดหา (ซัพพลาย) วัตถุดิบอาหาร หรือเครื่องปรุงอาหารไทยประเภทต่างๆ เพื่อเข้าไปทำตลาดในออสเตรเลียนั้นยังมีอยู่อีกมาก
การนำกลุ่มสินค้าอาหารไทยเข้าไปยังตลาดประเทศออสเตรเลียนั้น ในเบื้องต้นผู้ประกอบการอาจใช้กลยุทธ์การตลาดพื้นฐานอย่าง 4พี (4Ps) ประกอบด้วย 1.ผลิตภัณฑ์ ที่จะต้องมีคุณภาพและโดดเด่นไปจากคู่แข่งในตลาดเดียวกันหรือตลาดท้องถิ่น 2.สถานที่จำหน่าย ที่น่าเชื่อถือ หรือมีความรู้จัก คุ้นเคยกับพาร์ตเนอร์ พันธมิตรคู่ค้าธุรกิจที่ดี 3.การกำหนดราคา ที่ต้องศึกษาปัจจัยภายในและภายนอกพร้อมกัน ที่มีผลต่อการตั้งราคาในแต่ละรอบคำสั่งซื้อ และ 4.โปรโมชัน การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาด ที่จะต้องมีการใส่เม็ดเงินเข้าไปกระตุ้นการขาย เป็นต้น
ขณะเดียวกัน หากผู้ประกอบการธุรกิจไทยสนใจจะเข้าไปทำตลาดในประเทศดังกล่าว หรือทุกประเทศทั่วโลกนั้น จำเป็นต้องสร้างตราผลิตภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์สินค้าให้แข็งแกร่งในประเทศก่อน ซึ่งในส่วนของบริษัท มีผลิตภัณฑ์ 2 รายการหลักซึ่งเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางสำหรับทำตลาดส่งออก คือ กะทิตราชาวเกาะ และน้ำจิ้มไก่ตราแม่พลอย ซึ่งสินค้าทั้งสองกลุ่มนี้ได้เข้าไปรองรับตลาดของธุรกิจร้านอาหารไทย ที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารไทย เป็นต้น
นอกเหนือจากแนวทางการทำตลาดแล้ว ขณะเดียวกันผู้ประกอบธุรกิจเอง ยังต้องหมั่นติดตามสถานการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการสั่งหรือจัดหา(ซัพพลาย)วัตถุดิบในการผลิตสินค้าด้วย ว่าในแต่ละช่วงฤดูใดวัตถุดิบขาดแคลนหรือไม่ ด้วยจะมีผลต่อต้นทุนในการจัดส่งสินค้า หรือ การกำหนดราคาตามคำสั่งซื้อ(ออเดอร์) ล่วงหน้า เป็นต้น เช่นในส่วนของบริษัท ที่เคยประสบปัญหาวัตถุดิบหลักอย่างมะพร้าว ที่มีผลผลิตไม่เพียงพอ และทำให้มะพร้าวมีราคาสูงในช่วงดังกล่าว
“จุดสำคัญไม่ว่าจะมีปัจจัยลบที่นอกเหนือการควบคุมเกิดขึ้นแต่อย่างใด ผู้ประกอบการธุรกิจจำเป็นต้องรักษาคุณภาพสินค้าอย่างสม่ำเสมอ แม้ราคาวัตถุดิบจะผันผวนก็ตาม”
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยจะยังต้องติดตามกฎเกณฑ์การนำสินค้าเข้าไปในประเทศดังกล่าวด้วย จากปัจจุบันออสเตรเลียมีมาตรการ กฎเกณฑ์การตรวจสอบสินค้าที่ละเอียด ซึ่งสินค้าอาหารไทยจะต้องมีความมั่นใจด้านคุณภาพสินค้าที่ได้มาตรฐานจริงๆ เพราะยังมีการกีดกันทางการค้าสินค้าที่นำเข้ามาจากกลุ่มประเทศเอเชียทั้งนี้การที่จะเข้าตลาดในประเทศออสเตรเลียให้ประสบความสำเร็จได้นั้น อาจจำเป็นต้องอาศัยพาร์ทเนอร์ที่ดี มีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ความช่วยเหลือในหลายๆขั้นตอน
ด้าน เบอร์นาร์ด เยา(Bernard Yiu) กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเรียนเต็ล เมอร์เชินท์(Oriental Merchant) ผู้นำเข้าสินค้าอาหารรายใหญ่ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งขายสินค้าให้ห้างสรรพสินค้า Woolworths และ Coles มีสาขากว่า 1,500 แห่ง กล่าวว่าสำหรับโอกาสสินค้าอาหารไทยไปออสเตรเลีย ในขณะนี้ ยังมีแนวโน้มการขยายตัวในทิศทางที่ดี
ขณะที่บริษัท จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยผู้ประกอบการธุรกิจอาหารจากต่างประเทศต่างๆ ที่ต้องการขยายตลาดไปยังออสเตรเลีย ซึ่งบริษัทมีความพร้อมทั้งด้านบุคคลากร และการเงิน ซึ่งรวมถึงความแข็งแกร่งของบริษัทแม่ ที่มีพาร์ทเนอร์รายใหญ่ในประเทศจีนด้วย
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าปัจจุบันยังมีโอกาสอีกมากในสินค้าหมววดอาหารจากประเทศไทย ที่ต้องการขยายการทำตลาดไปยังออสเตรเลีย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอาหารอินทรีย์ หรือ ‘ออร์กานิค ฟูด’ ที่ปัจจุบันมีมูลค่า หรือการกำหนดราคาขายสินค้าที่สูงกว่า กลุ่มสินค้าเกษตรปกติ แต่ทั้งนี้ก็มีกฎเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพสินค้าออร์กานิค ฟูด ที่เข้มงวดด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้สนใจทำตลาดกลุ่มนี้ต้องศึกษารายละเอียดต่างๆด้วย
รวมถึงกลุ่มสินค้าผลไม้ หรือ ของสดรายการๆต่างๆ ที่ปัจจุบันยอมรับว่ายังมีเงื่อนไขทางทางการค้าหลายข้อ ที่เข้ามาควบคุม จากปัจจุบันออสเตรเลีย เป็นประเทศที่สามารถปลูกหรือผลิตผลไม้ได้เกือบทุกชนิด เช่นกัน แม้ว่าตลาดในประเทศออสเตรเลีย มองดูแล้วจะยังมีโอกาสอยู่อีกมากในกลุ่มอาหารไทย แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอุปสรรคอยู่บ้าง คือ จำนวนประชากรประเทศที่น้อย ซึ่งนั่นจะสะท้อนถึงอัตราการบริโภค หรือ กำลังซื้อของคนในประเทศนั่นเอง







