
โซโมโลมาร์เก็ตติงกลยุทธ์ฮอตเกาะสมาร์ตโฟนบูม
จากจำนวนผู้ใช้สมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 18 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มเห็นความสำคัญของการทำการตลาดผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือและเฟซบุ๊ก ก็ถือเป็นหนึ่งแอพพลิเคชันในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เจ้าของสินค้าให้ความสนใจ
จากจำนวนผู้ใช้สมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 18 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มเห็นความสำคัญของการทำการตลาดผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือและเฟซบุ๊ก ก็ถือเป็นหนึ่งแอพพลิเคชันในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เจ้าของสินค้าให้ความสนใจ
นอกจากจะให้เหล่าบรรดาแฟนเพจมากดไลค์ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารของสินค้า โปรโมชัน และกิจกรรมต่างๆ แล้ว แฟนเพจยังสามารถโต้ตอบผ่านหน้าวอลของสินค้านั้นๆ และเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ที่ได้ไป ซึ่งถือเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ที่ดีให้กับสินค้าและสถานที่ โดยเรียกกันว่ากลยุทธ์ “โซโมโล” หรือใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กมาทำกิจกรรมตลาดผ่านโมบายต่างๆ ที่เข้าถึงตรงใกล้ชิดลูกค้า ด้วยการนำโลเกชันขึ้นไปสื่อสาร
อริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย กล่าวว่า ปริมาณคนใช้มือถือในประเทศไทยประมาณ 69 ล้านราย คิดเป็น 106% ของประชากรคนไทย ซึ่งในปี 2556 มือถือจะกลายเป็นอุปกรณ์หลัก โดยการซื้อขายสินค้าและบริการ 65% เริ่มต้นบนสมาร์ตโฟน นั่นแสดงว่า หากสามารถค้นหาข้อมูล ที่ตั้ง รายละเอียด โปรโมชันลดราคาจากสมาร์ตโฟนได้ โอกาสปิดการขายก็เป็นไปได้สูงกว่า
จากการใช้งานสมาร์ตโฟนที่พบ ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก ดังนั้นสินค้าและบริการที่มีการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์กไว้ มีโอกาสสูงที่จะทำให้ผู้ใช้นึกถึงได้และเลือกใช้งานได้ง่ายกว่า
ดังนั้น กูเกิลจึงพยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการธุรกิจของไทย พัฒนาเว็บไซต์ทั้งบนคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนให้ง่ายต่อการเข้าถึง บอกรายละเอียดสินค้าบริการ บอกที่ตั้งและการติดต่อเพื่อกระตุ้นการขาย
สุพัฒน์ งามวงศไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ ซีเนม่า กล่าวว่า ตอนนี้สิ่งที่ชัดเจนมากที่สุดสำหรับการเข้ามาเช็กอินสถานที่ของโรงหนังเอสเอฟ คือแบรนดิง เพราะเป็นไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าใช้อยู่เป็นประจำ ซึ่งในส่วนของโรงหนังเอสเอฟก็ได้มีการทำกิจกรรมผ่านเฟซบุ๊ก ภายใต้ชื่อ วี เลิฟ เอสเอฟ ปัจจุบันมีแฟนเพจเข้ามากดไลค์กว่า 8 แสนคน
นอกจากนี้ โรงหนังเอสเอฟยังมีแอพพลิเคชันเอสเอฟ โชว์ไทม์ อิน แฮนด์ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ให้ลูกค้าเข้ามาโหลดแอพพลิเคชันดังกล่าวผ่านสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต เพื่อเช็กความเคลื่อนไหวของโรงหนังเอสเอฟ และซื้อตั๋วหนังได้เหมือนกับอยู่หน้าโรงหนัง
เช่นเดียวกับ วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป บอกว่า เมเจอร์ถือเป็นรายแรกๆ ที่ทำกิจกรรมการตลาดผ่านมือถือ เพราะมีทีมงานที่ทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ จึงทำให้เข้าใจผู้บริโภคและได้ผลการตอบรับที่ดีเมื่อมีการทำกิจกรรมผ่านช่องทางมือถือ ทั้งผ่านแอพพลิเคชัน หรือเอสเอ็มเอสบอกข้อมูลข่าวสารและการทำโปรโมชัน
ขณะที่ห้างค้าปลีกอย่างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ก็มีการทำกิจกรรมผ่านสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊กและแอพพลิเคชันออนไลน์เช่นกัน เพราะการทำกิจกรรมการตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว นอกจากจะเป็นการสร้างแบรนด์ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กุฎาธาร นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ปัจจุบันบิ๊กซีมีแฟนเพจในเฟซบุ๊กแล้วประมาณ 1.5 แสนราย ซึ่งช่องทางการทำตลาดดังกล่าวถือเป็นดิจิตอลไลฟ์สไตล์ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ใช้มือถือที่เป็นสมาร์ตโฟนชอบการเช็กอิน บางคนเช็กทุก 10-20 นาที
การที่มีลูกค้ามาเช็กอินในห้างบิ๊กซี ถือเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ที่ดี และเป็นการขยายการรับรู้ รวมไปถึงการขยายฐานลูกค้า เพราะการเช็กอินถือเป็นการบอกว่าลูกค้าคนนั้นอยู่ตรงไหน ซึ่งจะนำไปสู่การนัดพบเพื่อนที่อยู่ในสถานที่เดียวกัน และเกิดการพบปะสังสรรค์ใช้จ่ายภายในร้านอาหาร
ปัจจุบันนอกจากบิ๊กซีจะมีช่องทางจำหน่ายผ่านสื่อออนไลน์แล้ว ยังมีการเปิดตัวแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน คิวอาร์โค้ด เว็บไซต์ และเปิดตัว “บิ๊กซี เวอร์ชวล เชลฟ์” ร้านค้าเสมือนจริงแห่งแรกของประเทศไทย ณ ทางเชื่อมสถานีพญาไท “แอร์พอร์ต เรล ลิงค์” และในรถไฟฟ้าบีทีเอส 1 ขบวน เพื่อนำสินค้าของบิ๊กซีเข้าไปให้บริการถึงตัวผู้บริโภค
ในด้านของห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างเดอะมอลล์ กรุ๊ป ซึ่งมีห้างในเครือตอนนี้ 3 แบรนด์ คือ เดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ก็ยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมการตลาดผ่านกลยุทธ์ดิจิตอล มาร์เก็ตติง ให้กับห้างทั้ง 3 แบรนด์ โดย ชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหารการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาได้เริ่มใช้กลยุทธ์ดิจิตอล มาร์เก็ตติงผ่านแคมเปญต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเดอะมอลล์ เลิฟ แฟชั่น แฟชั่น อีส ยู มิดไนต์ เซลส์ หรือมหกรรมลดทะลุพิกัด
นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัว เดอะมอลล์ กรุ๊ป แอพพลิเคชันบนไอโฟนและแอนดรอยด์ ซึ่งถือเป็นระบบปฏิบัติการโทรศัพท์ที่มีคนใช้มากที่สุดในเมืองไทย และในระดับโลกถือเป็นการทำมาร์เก็ตติงทูลส์ที่สำคัญในการนำมาปรับใช้สำหรับการทำตลาดออนไลน์ เพื่อสร้างความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูล โปรโมชัน ข่าวสารความเคลื่อนไหวของเดอะ มอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน
ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ผู้บริโภคให้ความสนใจกับการเช็กอินสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ก็เริ่มมีการปรับกลยุทธ์ทำกิจกรรมการตลาดผ่านช่องทางมือถือมากขึ้น
สุวัฒน์ ทรงพัฒนะโยธิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด ผู้บริหารร้านเชสเตอร์ กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทเริ่มมีการพูดคุยกับค่ายมือถือบ้างแล้ว เพื่อทำกิจกรรมการตลาดผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ทดลองทำกิจกรรมร่วมกับซัมซุงผ่านแอพพลิเคชัน “กาแล็คซี่กิฟต์” เพื่อมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่ร่วมสนุกผ่านแอพพลิเคชันดังกล่าว เช่น เมนูบาทเดียว







