
เก้าอี้ดนตรี QE
ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.20-29.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สิ่งที่จะต้องจับตา คือ ความผันผวนในตลาดเงินหลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศว่าจะอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นในอัตราที่มากถึง 7.5 ล้านล้านเยนต่อเดือน โดยการเข้าซื้อสินทรัพย์ในตลาดแบบปลายเปิด และเพื่อไม่ให้ซ้ำกับชื่อของมาตรการของธนาคารกลางสหรัฐ ญี่ปุ่นจึงเรียกมาตรการนี้ว่า “Quantitative and Qualitative Monetary Easing”
ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.20-29.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สิ่งที่จะต้องจับตา คือ ความผันผวนในตลาดเงินหลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศว่าจะอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นในอัตราที่มากถึง 7.5 ล้านล้านเยนต่อเดือน โดยการเข้าซื้อสินทรัพย์ในตลาดแบบปลายเปิด และเพื่อไม่ให้ซ้ำกับชื่อของมาตรการของธนาคารกลางสหรัฐ ญี่ปุ่นจึงเรียกมาตรการนี้ว่า “Quantitative and Qualitative Monetary Easing”
ทั้งนี้ บีโอเจยังตั้งเป้าที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ภายในระยะเวลาประมาณ 2 ปี และภายในปลายปี 2557 จะเพิ่มระดับของฐานเงินและงบดุลของบีโอเจเองเป็น 2 เท่าของสิ้นปี 2555
การปรับมาตรการในครั้งนี้เป็นไปตามที่ ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ได้เคยสัญญาไว้ในช่วงหลายเดือนก่อนว่า จะดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นมากขึ้นเพื่อทำให้เศรษฐกิจหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดให้ได้
ทั้งนี้ เรามีความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงในนโยบายอาจจะกระทบต่อสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยและเงินสำรองต่างประเทศของเงินเยน ในช่วงต่อไป เราคาดว่าสกุลเงินเอเชียอาจจะมีการเคลื่อนไหวที่ผันผวนกว่าเดิม กล่าวคือ มีปัจจัยบวกหนุนจากสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการ QE ของเฟดและบีโอเจ แต่จะมีแรงกดดันจากการส่งออกที่อาจจะแย่ลงจากการแข็งค่าของสกุลเงิน
อย่างไรก็ดี ผลสำรวจล่าสุดของสำนักข่าวรอยเตอร์ส แสดงให้เห็นว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคาดว่าสกุลเงินเอเชีย (ไม่รวมเยน) จะยังคงอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจและปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดุลการค้าของญี่ปุ่นและเยอรมนี การส่งออกของจีน การประชุมนโยบายการเงินของเกาหลีใต้ รายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟด ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ และยอดค้าปลีกของสหรัฐ
ค่าเงินบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 29.25 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และมีการซื้อขายในกรอบ 29.19-29.47 และผันผวนค่อนข้างมาก มีเงินทุนไหลเข้าในตลาดตราสารหนี้ หลังนักลงทุนต่างชาติโยกเงินเข้ามาประเทศไทยเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางการเมืองของมาเลเซีย และความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี
นอกจากนี้ ตลาดการเงินของเอเชียโดยรวมได้แรงหนุนจากการประกาศดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคบริการในเดือน มี.ค. ของจีนที่ออกมาดีเกินคาด แต่มีบางช่วงที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาไม่ค่อยดี จึงส่งผลให้มีการขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงเงินบาท
ขณะที่การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.ในวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด จึงไม่ส่งผลกระทบต่อเงินบาทมากนัก เราคาดว่าในช่วงไตรมาส 2 ยังมีโอกาสที่จะเห็นการไหลเข้าของเงินทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าประเทศไทยและฟิลิปปินส์ยังเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติสำหรับปีนี้เมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ในแถบเอเชียตะวันออก โดยประเทศอินเดียและอินโดนีเซียมีปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.2813 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา วันศุกร์ ยูโร/เหรียญสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 1.2926
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 94.18 และทรงตัวอยู่ระหว่าง 92.5494 ในช่วงต้นสัปดาห์ และวันศุกร์ เหรียญสหรัฐ/เยน พุ่งขึ้นสูงถึง 97.19 ก่อนปรับลงไปอยู่ที่ระดับ 96.22







