posttoday
อุตฯรองเท้าขยับรับแรงงานขาด

อุตฯรองเท้าขยับรับแรงงานขาด

05 เมษายน 2556

รองเท้าเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ค่อยๆ ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยหลายบริษัทเริ่มขยายสู่ธุรกิจส่งออก

โดย..ตะวัน หวังเจริญวงศ์

รองเท้าเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ค่อยๆ ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยหลายบริษัทเริ่มขยายสู่ธุรกิจส่งออก พร้อมตั้งตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในอาเซียนบ้างแล้ว แต่ขณะที่ธุรกิจกำลังโต แรงงานของอุตสาหกรรมรองเท้ากลับไม่เอื้อเท่าที่ควร

ครรชิต จันทนพรชัย นายกสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมรองเท้าไทย กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมรองเท้ามีแรงงานทั้งหมด 2 แสนคน เป็นแรงงานต่างด้าวประมาณ 30% แต่ก็ยังขาดแคลนแรงงานมากกว่า 1 หมื่นคน

“ปัญหาขึ้นค่าแรง 300 บาทเป็นปัญหาที่ผู้ประกอบการควรเลิกแคร์ได้แล้ว เพราะปัญหาที่ใหญ่กว่าคือเรื่องขาดแคลนแรงงาน เรื่องน่ากลัวคือจ่าย 300 บาทก็ยังอาจไม่มีคนทำงาน”

ผู้ประกอบการควรปรับทัศนคติการบริหารจัดการแรงงานใหม่ ไม่ควรคิดแค่ว่าต้องจ่าย 300 บาทเพื่อให้ตรงตามนโยบายภาครัฐ ขณะที่แรงงานยังทำงานได้เท่าเดิม แต่ควรคิดว่าเมื่อจ่ายค่าแรงให้เพิ่มขึ้นแล้ว ต้องทำให้เกิดคุณภาพและประสิทธิภาพในการผลิตสูงกว่าที่เคยเป็น การจ่ายเงินค่าจ้างจึงควรให้วันละ 350 บาทแก่คนที่มีทักษะสูงไปเลย แต่เปลี่ยนระบบวิธีการทำงานใหม่ ต้องตั้งเป้าว่าต้องได้งานจำนวนมาก

เรื่องสำคัญคือนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในขั้นตอนการผลิต ปัจจุบันรองเท้า 1 คู่ ใช้เวลาผลิตรวมประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ขั้นตอนที่เคยใช้แรงงานคนทำต้องเข้าไปหาวิธีให้ใช้คนน้อยลงและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เร่งความเร็วในการผลิตรองเท้าแต่ละคู่ และลดต้นทุนการผลิตไปในตัว

ครรชิต แนะนำว่า เมื่อค้นพบว่าโรงงานของตัวเองมีแรงงานไม่เพียงพอ อาจต้องหันมาใช้แรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้น พร้อมจ่ายค่าจ้างและทำเรื่องเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย

“ก่อนหน้านี้ โรงงานผมมีแต่แรงงานไทยทั้งหมด แต่พอผ่านไป 4 ปี ผมพบว่าแรงงานไทยมีทักษะดี แต่ความขยันน้อย เรียกว่าค่อนข้างดื้อ ลาบ่อย ยืมเงินบ่อย เบิกเงินบ่อย สุดท้ายจึงเริ่มนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานบ้าง”

เบื้องต้น ทักษะของแรงงานต่างด้าวอาจสู้คนไทยไม่ได้ แต่สามารถลดปัญหาต่างๆ ที่เคยมีกับคนไทยลงไปมาก ผู้บริหารจึงควรปรับเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว เมื่อรับมาแล้วก็ค่อยๆ พัฒนาฝีมือแรงงาน เตรียมพร้อมต่อการแข่งขันธุรกิจในประชาคมอาเซียน

ทั้งนี้ มั่นใจว่าเมื่อเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว แรงงานต่างด้าวจะไม่กลับไปทำงานในประเทศของตัวเองมากนัก เพราะหากนายจ้างคนไทยยินยอมจ่ายเงินสูงกว่า 300 บาท ย่อมเป็นแรงดึงดูดให้แรงงานต่างด้าวยังคงทำงานอยู่ในไทย อาจมีบ้างบางช่วงที่กลับไปช่วยงานในประเทศตัวเอง แต่สุดท้ายต้องกลับมาไทย

ด้าน กัลยา กล่อมวิทย์ กรรมการสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมรองเท้าและกรรมการพัฒนาธุรกิจกลุ่มแพน กล่าวว่า เนื่องจากแพนขยายธุรกิจส่งออกในกลุ่มอาเซียนอย่างต่อเนื่อง จึงต้องปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการแรงงานใหม่ เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ทันปริมาณความต้องการที่ขยายตัว

“แพนเลิกใช้วิธีการจ้างงาน 8 ชั่วโมง แต่หันมาใช้โมเดลใหม่ ให้แรงงานทำงานเป็นทีม ทีมละ 4 คน แล้วกำหนดเป้าหมายของงานที่แต่ละทีมจะต้องทำได้เลย เช่น วางเป้าไว้ 6 ชั่วโมง ต้องผลิตได้ 300 คู่ แล้วทั้งทีมจะได้รับเงินรวมกันจำนวนหนึ่ง เมื่อทีมผลิตได้ครบ 300 คู่ตามเป้าแล้ว แม้จะยังทำงานไม่ถึง 6 ชั่วโมงก็สามารถเลิกงานได้ทันที”

ระบบการทำงานดังกล่าวไม่มีการจ่ายเงินค่าล่วงเวลาหรือโอที แต่จะใช้วิธีเกลี่ยตามเป้าหมาย เช่น เมื่อได้จำนวนคู่เกินจำนวนเป้าหมายก็อาจมีการพิจารณาเงินของทีมใหม่ หรือหากมีคนใดคนหนึ่งในทีมลาหยุดไป คนที่เหลือ 3 คนก็ต้องทำงานให้ได้เท่าเดิม ได้รับเงินของทีมเท่าเดิม เมื่อเกลี่ยกันออกมาก็จะได้รับเงินเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันแพนมีโรงงาน 15 แห่งทั่วประเทศ โดยโรงงานในต่างจังหวัดจะใช้แรงงานไทยทำงานทั้งหมด ขณะที่โรงงานในกรุงเทพฯ ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวบ้าง

ขณะที่ กวี พฤกษาพรพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท แอ๊ดด้า ไทยแลนด์ กล่าวถึงแรงงานยุคใหม่ว่า ต้องมีความพร้อมทำงานที่มีทักษะเฉพาะทางมากขึ้น เพื่อรองรับการจับตลาดใหม่จากการแข่งขันทางธุรกิจ เช่น มีทักษะการพลิกแพลง พร้อมรับมือตลาดรับสั่งตัด หรือ Made to Order ทั้งนี้ แรงงานที่มีคุณภาพจะยิ่งช่วยให้การแข่งขันทางธุรกิจเป็นไปได้ง่ายขึ้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน