posttoday
ชีวิตเมือง (1)

ชีวิตเมือง (1)

05 เมษายน 2556

ในปี ค.ศ. 2020 คาดการณ์กันว่ากว่าครึ่งหนึ่งของประชากรในเอเชียที่อาศัยอยู่ในชนบทจะย้ายมาอยู่ในเมือง ทำให้แนวโน้มประชากรในเมืองเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าตัว

ในปี ค.ศ. 2020 คาดการณ์กันว่ากว่าครึ่งหนึ่งของประชากรในเอเชียที่อาศัยอยู่ในชนบทจะย้ายมาอยู่ในเมือง ทำให้แนวโน้มประชากรในเมืองเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าตัว

การเติบโตของจำนวนประชากรในเขตเมืองจะแซงหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่ ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพชีวิตของคนในเมืองใหม่จะเป็นประเด็น

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนาวิธีการใหม่ๆ เพื่อส่งเสริม “การดำเนินชีวิตในเมืองอย่างยั่งยืน” (Sustainable Urban Living) โดยพัฒนาวิธีการต่างๆ เพื่อให้การใช้ชีวิตในเมืองมีคุณภาพ

การประชุมนานาชาติเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในการใช้ชีวิตในเมืองอย่างยั่งยืน หรือ International Conference on Opportunities & Challenges in Sustainable Urban Living ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 14-16 มี.ค.ที่ผ่านมา ประเทศสิงคโปร์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา สร้างโอกาสและหาความท้าทายใหม่ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในเมืองอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อให้ทุกภาคส่วนสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังกำหนดรูปแบบการตลาดสำหรับบริษัทและผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพื่อการแสวงหาเทคโนโลยีสำหรับสร้างผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศหรือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการตลาดผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นรวมถึงการแสวงหาความร่วมมือทางธุรกิจ การค้า และอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ ตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงนิเวศและขยายตลาดสีเขียวในภูมิภาคและทั่วโลก

ทั้งนี้ มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากประเทศต่างๆ ของเอเชียมาแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านต่างๆ เช่น การปฏิบัติเชิงนิเวศ(Ecopractices) นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม (Ecoinnovations) การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production Ecotechnologies) การจัดซื้อสีเขียว (Green Procurement) วิถีชีวิตเชิงนิเวศ (Ecolifestyle) และนโยบายเพื่อให้ใช้ชีวิตในเมืองอย่างยั่งยืน (Policy Interventions to Achieve Sustainable Urban Living) โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมมาแสดงทัศนะถึงแนวโน้มทางการตลาดสำหรับการปรับตัวของประชาชนในการใช้ชีวิต และการแสดงวิสัยทัศน์และหลักปฏิบัติที่ดีสำหรับความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมของภาคเอกชนบนพื้นฐานของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ภาครัฐ องค์กรธุรกิจอุตสาหกรรม ภาคเอกชนและผู้บริโภคทั่วไปได้มีความรู้ความเข้าใจและสามารถมองเห็นโอกาสต่างๆ ในการลงทุนกับธุรกิจเชิงนิเวศที่หลากหลาย มีความรู้ความเข้าใจในรูปแบบของการสร้างและขยายโอกาสทางธุรกิจสีเขียวในภูมิภาคและทั่วโลกเพื่อช่วยในการสร้างสังคมโลกที่ยั่งยืน

สิงคโปร์ได้แสดงศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพการจัดงานระดับนานาชาติที่น่าทึ่งมาก เพราะสิงคโปร์เป็นตัวอย่างประเทศที่มีการบริหารจัดการด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำและการสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์สีเขียว เพราะสิงคโปร์มี “ทรัพยากรมนุษย์” (Human Capital) ซึ่งเป็นทรัพยากรของประเทศที่มีคุณภาพ การศึกษาและผ่านการฝึกอบรมอย่างดี ตลอดจนการมีระเบียบวินัยของประชาชน ทำให้สิงคโปร์มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

สิงคโปร์แสดงให้เห็นว่าทรัพยากรมนุษย์ที่ดีจะสามารถส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวเพื่อสร้างความสมดุลให้กับการใช้ชีวิตอยู่อย่างยั่งยืนในสังคมเมืองที่เริ่มจะขยายมากขึ้นในอนาคต

ทั้งหมดที่เล่ามาเพื่อให้ทราบว่ากระแสรักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็น “ปฏิบัติการของผู้คนบนโลกนี้ร่วมกัน” มิได้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นองค์รวมของชาวโลกบนพื้นฐานของ “ความเป็นหนึ่งเดียว” ที่ชาวโลกจะต้องดูแล “สมบัติของโลก” ร่วมกัน เพราะทุกคนต่างได้รับผลกระทบเช่นกัน

ถึงตอนนี้ผมเชื่อมั่นว่า “ศักยภาพของคนไทย” ไม่แพ้ใครในโลก

จะเป็นรองก็คือวิธีการสร้างและการบริหารจัดการให้เกิดพลังร่วมของคนไทยก็แค่นั้นเอง ครับผม!

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี