posttoday
คลังส่ง "ผบ.ตร."เป็นตัวแทนนั่งบอร์ดไทยพาณิชย์

คลังส่ง "ผบ.ตร."เป็นตัวแทนนั่งบอร์ดไทยพาณิชย์

05 เมษายน 2556

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

โดย...เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

กระทรวงการคลังดัน ผบ.ตร. ขึ้นแท่นกรรมการไทยพาณิชย์ ผู้ถือหุ้นคาใจคุณสมบัติ เปิดสัดส่วนผู้ถือหุ้นคลังรดต้นคอสำนักงานทรัพย์สินฯ

ธนาคารไทยพาณิชย์จัดประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 4 เม.ย. บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความดุเดือด เมื่อถึงวาระตั้งคณะกรรมการธนาคาร โดยธนาคารได้แจ้งต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่า กระทรวงการคลังได้เสนอชื่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นกรรมการธนาคารแทน ศ.พิเศษ ทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล โดยกระทรวงการคลังให้เหตุผลว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม มีประสบการณ์ และความสามารถที่เป็นประโยชน์กับธนาคาร

อย่างไรก็ดี ในวาระนี้มีผู้ถือหุ้นยกมือซักถามคณะกรรมการธนาคารถึงเหตุผลในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ทั้งในด้านประสบการณ์ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังอย่างไร

อานันท์ ปันยารชุน นายกกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้แจงว่า กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่เช่นเดียวกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานมีสิทธิเสนอบุคคลตามความเหมาะสม โดยในส่วนกระทรวงการคลังนั้นมีสิทธิเสนอบุคคลเข้ามา 2 คน และช่วงหลังกระทรวงการคลังก็ส่งคนนอกเข้ามา 1 คน

อานันท์ กล่าวว่า ธนาคารไม่มีสิทธิคัดค้านหรือสนับสนุนหน่วยงานที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีสิทธิเพียงตรวจสอบคุณสมบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

“ธนาคารไม่มีสิทธิ์ในความเห็นประการใด” นายอานันท์ กล่าว

อานันท์ กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ระหว่างสำนักงานทรัพย์สินฯ และกระทรวงการคลังใกล้เคียงกันมาก ซึ่งก่อนวิกฤตเศรษฐกิจสำนักงานทรัพย์สินฯ ถือหุ้นในธนาคาร 32% ขณะนั้นหุ้นในส่วนกระทรวงการคลังแทบไม่มี แต่หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจกระทรวงการคลังก็เข้ามาถือหุ้นใหญ่กว่าผ่านการขอความช่วยเหลือเงินกองทุน 40% โดยในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้เจรจากับกระทรวงการคลังว่าพร้อมขอซื้อหุ้นคืน แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า หากต่อไปกระทรวงการคลังจะขายหุ้นต่ออย่างไรก็จะขายให้สำนักงานทรัพย์สินฯ เป็นอันดับแรก

ด้าน จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา กรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า สำนักงานทรัพย์สินฯ เป็นพันธมิตรที่ดีกับกระทรวงการคลัง ที่ผ่านมากระทรวงการคลังก็ให้เกียรติมาโดยตลอด แม้ปัจจุบันสัดส่วนการถือหุ้นจะใกล้เคียงกันมาก กรณีของ พล.ต.อ.อดุลย์ ถือว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์ ในมุมการเงินก็มีเรื่องความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เชื่อว่าจะเป็นบุคลากรที่ให้ความเห็นกับธนาคารได้ดีแน่นอน

ทั้งนี้สำนักงานทรัพย์สินฯ มีหุ้นในธนาคาร 21.3% เมื่อรวมกับบริษัท ทุนลดาวัลย์ อีก 2.3% ทำให้สำนักงานทรัพย์สินฯ ถือหุ้นรวมในธนาคารไทยพาณิชย์ 23.73% ขณะที่กองทุนรวม วายุภักษ์หนึ่ง ในนามกระทรวงการคลัง ถือหุ้นรวมในธนาคาร 23.16% เท่ากับสำนักงานทรัพย์สินฯ มีหุ้นมากกว่ากระทรวงการคลัง 0.59%

สำหรับวาระการแต่งตั้ง พล.ต.อ.อดุลย์ เป็นกรรมการธนาคารนั้น มีผู้เห็นด้วย 2,745 ล้านเสียง หรือ 99% ไม่เห็นด้วย 3.8 ล้านเสียง หรือ 0.13% และงดออกเสียง 5 ล้านเสียง

แม้จะมีบริษัทประกันวินาศภัยถูกคำสั่งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้ปิดกิจการไปแล้วถึง 4 บริษัท คือ บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย บริษัท เอพีเอฟ ประกันภัย บริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย และบริษัท วิคเตอรี ประกันภัย

แต่ผู้เอาประกันหรือเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ของบริษัทประกันที่ถูกปิดเหล่านั้น ก็ยังไม่ได้รับค่าเบี้ยประกันซึ่งถือเป็นหนี้สินคืนกลับมาจากบริษัทประกัน ตราบใดที่ยังไม่สิ้นสุดขบวนการฟ้องร้องตามคดีล้มละลาย ซึ่งก็ต้องกินเวลาไปไม่น้อยกว่า 3-4 ปี

แต่ข้อจำกัดดังกล่าวกำลังถูกแก้ไข เพื่อให้กองทุนประกันวินาศภัยในฐานะผู้ที่ต้องดูแลผู้บริโภคสามารถนำเงินของกองทุนออกมาใช้จ่ายหนี้คืนให้กับผู้เอาประกันได้ทันทีหลังจากที่บริษัทประกันถูกคำสั่งปิดกิจการ โดยไม่ต้องรอให้สิ้นสุดขบวนการล้มละลายอีกต่อไป

หรือหากเงินกองทุนที่มีอยู่ยังไม่พอ ตัวกฎหมายใหม่ยังเปิดช่องให้ไปกู้มา เพื่อคืนหนี้ให้กับผู้เอาประกันไปก่อนได้อีกด้วย

จีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันวินาศภัย (ฉบับที่...) (พ.ศ....) ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรวาระที่ 1 แล้ว โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัยฉบับดังกล่าว

สำหรับประเด็นที่กรรมาธิการฯ มีความเป็นห่วงมากที่สุดคงเป็นในเรื่องของการมอบอำนาจให้กองทุนประกันวินาศภัยสามารถกู้เงินได้เอง โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน เพื่อนำเงินกู้มาจ่ายคืนให้กับผู้เอาประกันในฐานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทที่ถูกคำสั่งให้ปิดกิจการ โดยไม่ต้องรอให้สิ้นสุดคดีล้มละลายเหมือนปัจจุบัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ได้เข้าไปชี้แจงให้กรรมาธิการฯ เข้าใจและเห็นถึงความจำเป็นของการที่ต้องให้กองทุนประกันวินาศภัยกู้เงินมาจ่ายหนี้ได้ก่อน แล้วให้กองทุนฯ ไปติดตามหนี้จากบริษัทที่ปิดกิจการภายหลัง

“ทางกรรมาธิการฯ เป็นห่วงว่าจะมีบริษัทประกันเจ๊งเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า และบริษัทประกันที่เจ๊งไปแล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาคืนให้กองทุนฯ ได้ ซึ่งก็ได้ชี้แจงไปว่า หลังจากนี้ไม่ควรมีบริษัทประกันรายไหนเจ๊งหรือถูกปิดกิจการอีก เนื่องจากทาง คปภ.ก็ควบคุมและตรวจสอบเป็นอย่างดี เงินของกองทุนประกันวินาศภัยที่มีอยู่ก็เป็นเงินสมทบที่เรียกเก็บมาจากบริษัทประกันอยู่แล้ว ซึ่งสุดท้ายบริษัทประกันทั้งหมดก็ต้องเป็นผู้ร่วมกันรับผิดชอบอยู่ดี” จีรพันธ์ กล่าว

ขณะที่กฎหมายเดิม กองทุนฯ ไม่มีสิทธิกู้เงิน แต่กฎหมายใหม่ให้กองทุนฯ กู้ได้ โดยมีคณะกรรมการที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานเป็นผู้ดูแล ซึ่งการกู้เงินก็อาจใช้วิธีการออกพันธบัตรแล้วให้บริษัทประกันซื้อไว้เอง

อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ทันในปีนี้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มแรกก็คงเป็นอดีตผู้เอาประกันของทั้ง 4 บริษัท ที่ถูกปิดกิจการไปก่อนหน้านี้ และเงินกองทุนประกันวินาศภัยก้อนแรก 1,200 ล้านบาท คงถูกใช้คืนให้ผู้เอาประกันทั้งหลายไปก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เอาประกันหลังจากที่รอคอยมานาน และคงทำให้เงินของกองทุนประกันวินาศภัยหมดพอดี

ดังนั้น กฎหมายใหม่ฉบับนี้ จึงเป็นการยืดหยุ่นและผ่อนคลายกฎระเบียบบางอย่างให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนกับการที่บริษัทประกันต้องถูกคำสั่งปิดกิจการไป เพราะยังไม่มีใครรับประกันได้ 100% ว่าในอนาคตจะไม่มีบริษัทประกันรายไหนถูกสั่งปิดกิจการอีก

แม้แต่คณะกรรมการกองทุนประกันวินาศภัยเอง ก็ได้สั่งการให้กองทุนฯ เตรียมแผนรองรับไว้ หากมีกรณีรุนแรงถึงขั้นที่บริษัท ส่งเสริมประกันภัย ต้องถูกคำสั่งปิดกิจการไปอีกหนึ่งแห่งว่า จะต้องทำอย่างไรต่อไป เพื่อให้ผู้เอาประกันได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

เนื่องจากปัจจุบันสถานะของบริษัท ส่งเสริมประกันภัย ก็ถูกคำสั่งให้หยุดขายประกันเป็นการชั่วคราวอยู่แล้ว เพียงแต่รอคณะกรรมการ คปภ.ชี้ขาดเท่านั้นว่า แผนแก้ปัญหาทางธุรกิจนั้นจะทำให้บริษัท ส่งเสริมประกันภัย รอดหรือไม่รอด

ร่างกฎหมายใหม่ถูกนำออกมาใช้ได้เร็วขึ้นเท่าไหร่ ก็ย่อมสร้างความอุ่นใจให้รับผู้เอาประกันได้มากเท่านั้น ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้เอาประกันไปตายเอาดาบหน้าเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน