
แผนฉุกเฉิน
หลังจากเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง อันมีต้นเหตุมาจากการไม่ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ก็เกิดศัพท์ใหม่ในแวดวงธนาคาร คือ การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ซึ่งประกอบไปด้วย ความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ (Credit Risk) ความเสี่ยงจากการตลาด (Market Risk) และความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน (Operation Risk)
หลังจากเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง อันมีต้นเหตุมาจากการไม่ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ก็เกิดศัพท์ใหม่ในแวดวงธนาคาร คือ การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ซึ่งประกอบไปด้วย ความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ (Credit Risk) ความเสี่ยงจากการตลาด (Market Risk) และความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน (Operation Risk)
ความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน เริ่มเป็นสิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติเริ่มเข้ามาเป็นความเสี่ยงมากขึ้น
ดังนั้น ธปท.จึงให้ธนาคารพาณิชย์จัดทำแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan : BCP) หรือแผนฉุกเฉิน โดยกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูงต้องเข้ามามีบทบาทรับผิดชอบ วิเคราะห์และประเมินผลกระทบต่อการหยุดชะงักของงานที่สำคัญๆ ด้วยว่าหากงานนั้นๆ หยุดไปจะกระทบระบบงานมากน้อยแค่ไหน จะมีกำหนดเวลาและแผนงานในการเรียกคืนระบบอย่างไรให้งานเดินไปได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าระบบพนักงาน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ โทรสาร เป็นต้น ในช่วงวิกฤตไฟฟ้าวันที่ 514 เม.ย.นี้ ธปท.ก็งัดแผนฉุกเฉินออกมาให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายปฏิบัติอีกครั้ง







