
จี้รมว.ท่องเที่ยวลุยแผนรัฐ
พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านโรงแรมหวั่นเดินเครื่องช้าไม่ทันเปิดเสรี
พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านโรงแรมหวั่นเดินเครื่องช้าไม่ทันเปิดเสรี
สทท.จี้ รมว.การท่องเที่ยวฯ ป้ายแดงเร่งเครื่องโครงการรัฐ หวั่นพัฒนาช้าไม่ทันเปิดเสรี
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า สทท.เตรียมทำหนังสือถึงนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่ ให้เร่งติดตามโครงการด้านการท่องเที่ยวที่รัฐบาลได้อนุมัติให้ดำเนินการผ่านที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) แต่ยังไม่มีเจ้าภาพลงมือปฏิบัติ เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยได้รับการพัฒนาได้ทันต่อการเปิดประชาคมอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า
โครงการที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน เช่น โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวใน 5 กลุ่ม เช่น บุคลากรด้านโรงแรม ที่พัก ภาษาอังกฤษ จากเดิมได้รับอนุมัติ 5 หมื่นคน สทท.เตรียมขอขยายเพิ่มจำนวน 1 แสนคน เพื่อให้เพียงพอต่อการบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปี 2555
แม้ว่าโครงการได้รับอนุมัติจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน แล้ว แต่กลับไม่ได้งบประมาณ ทำให้โครงการอบรมสะดุด
นอกจากนี้ กรอ.อนุมัติให้พื้นที่หัวหิน ชะอำ เป็นพื้นที่พิเศษ โดยขึ้นตรงกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. การฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวสงครามเก้าทัพ แต่โครงการต่างๆ ยังไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบ
“สทท.ต้องการให้ รมว.ท่องเที่ยวฯ เร่งจัดวางระบบการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน เพราะขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาไม่สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับได้” นางปิยะมาน กล่าว
ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างว่า ท่าอากาศยานนานาชาติ จ.ภูเก็ต มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออก กว่า 9 ล้านคน ทั้งที่สนามบินรับได้เพียง 6 ล้านคน ดังนั้นภาครัฐต้องวางแผนว่าจะขยายพื้นที่ส่วนใด เช่น เปิดเคาน์เตอร์เช็กอินนอกสนามบิน เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนายเกษียร วัฒนเชาวน์พิสุทธิ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทยจีน เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแหล่งท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีจำนวน 3.2 ล้านคน แต่ภาครัฐยังไม่มีแนวทางที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการกระจุกตัวในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
ขณะเดียวกัน นายอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยวเตรียมประสานความร่วมมือองค์กรท้องถิ่น จ.ภูเก็ต แก้ปัญหาพื้นที่ชายฝั่งทะเลถูกรุกล้ำ ทำให้ทัศนียภาพด้านการท่องเที่ยวถูกทำลาย โดยกรมจะเร่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งในปีงบประมาณ 2557 ได้ของบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 4,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม การโฆษณาประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ







