
ป่วยแบบมีสไตล์
สำหรับใครหลายคน เมื่ออยู่ในช่วงเวลาต้องล้มหมอนนอนเสื่อ อาจรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและไม่อยากทำอะไร แต่ใครจะคิดว่าในช่วงวิกฤตยามป่วยไข้เช่นนี้ จะกลายเป็นตัวจุดชนวน “ไอเดียการทำธุรกิจ” ได้อย่างน่าสนใจ
สำหรับใครหลายคน เมื่ออยู่ในช่วงเวลาต้องล้มหมอนนอนเสื่อ อาจรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและไม่อยากทำอะไร แต่ใครจะคิดว่าในช่วงวิกฤตยามป่วยไข้เช่นนี้ จะกลายเป็นตัวจุดชนวน “ไอเดียการทำธุรกิจ” ได้อย่างน่าสนใจ
ดังเช่นกรณีของ คูเรย์ ลูคัส หนุ่มมะกันวัย 23 ปี ที่สามารถพลิกวิกฤตของชีวิตอันโหดร้าย เมื่อ มาเรีย ลูคัส ผู้เป็นแม่ ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม นำมาเป็นโอกาสในการทำธุรกิจที่มีชื่อว่า “เรเดียนท์ แรพ” ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “ชุดผู้ป่วยแนวใหม่” เสียเลย
ด้วยความที่ คูเรย์ คอยดูแลแม่ตลอดการรักษาด้วยคีโมบำบัด เจ้าตัวจึงรู้ดีว่า ชุดผู้ป่วยที่แม่ต้องสวมใส่นั้น นอกจากจะใส่ไม่สบายตัวจากเนื้อผ้าที่บางเกินไป และยังไม่สามารถใส่เดินออกนอกห้องได้ เนื่องจากเป็นเสื้อแบบผูกด้านหลัง ดังนั้น หากผูกไม่แน่นก็จะเผยให้เห็นแผ่นหลังคนไข้อย่างไม่ตั้งใจ ขณะเดียวกัน มาเรีย ยังสารภาพอีกว่า เมื่อต้องใส่ชุดผู้ป่วยตอนทำคีโมเมื่อไร จะรู้สึกอาย หมดกำลังใจ และรู้สึกเสียตัวตนในทันทีอีกด้วย
จากเหตุการณ์เหล่านี้ คูเรย์และมาเรีย จึงจับมือกันทดลองตัดเย็บ “เสื้อผู้ป่วยแนวใหม่” คือ นอกจากจะตัดเย็บจากเนื้อผ้าโปร่ง นุ่มลื่น ใส่สบาย มีสีสันสดใส หลากรูปแบบแล้ว ที่สำคัญรูปแบบชุดผู้ป่วยนี้ ยังเหมาะสมกับคนไข้ที่ต้องทำคีโมมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะ เพราะเป็นแบบผูกเชือกด้านข้างบริเวณเอว จึงทำให้คนไข้สามารถผูกเสื้อให้แน่นพอดีได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งใครอีกด้วย
“ผมเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทันที เมื่อแม่ของผมเปลี่ยนมาใส่ชุดผู้ป่วยสีสันสดใสที่มีรูปทรงไม่ต่างอะไรกับเสื้อผ้าประจำวันของเธอ เพราะเธอรู้สึกสดใสและมีกำลังใจมากขึ้นผิดหูผิดตาขณะทำคีโมบำบัด ผมจึงคิดว่า หากผมสามารถนำไอเดียนี้มาทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองอย่างจริงจัง ผมก็สามารถทำให้ เรเดียนท์ แรพ กลายเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้แก่ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมทุกคน ได้รู้สึกสบายตัวและมั่นใจในช่วงที่ยากลำบากที่สุดได้ด้วยเช่นกัน” คูเรย์ กล่าว
แม้ในช่วงแรกที่เปิดกิจการในปี 2554 เรเดียนท์ แรพ ต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายประการ ทั้งการผลิตชุดผู้ป่วยให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของโรงพยาบาล ซึ่งทำให้คูเรย์ต้องเดินสายขอคำปรึกษาจากแพทย์และนักเทคนิคด้านรังสีนานร่วม 2 ปี ตลอดจนถึงการหาโรงงานผู้ผลิตเสื้อที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และตรงต่อเวลา
ทว่า ในที่สุด เรเดียนท์ แรพ สามารถก้าวข้ามปัญหาต่างๆ มาได้สำเร็จ จนในปัจจุบัน เรเดียนท์ แรพ ซึ่งสนนราคาเพียงตัวละ 64 เหรียญสหรัฐ (ราว 1,920 บาท) สามารถกวาดรายได้ในปี 2556 ได้มากกว่า 1 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 3 ล้านบาท)
นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จที่แสดงให้เห็นแล้วว่า “ทุกวิกฤตมีโอกาสรออยู่เสมอ” ได้ดีจริงๆ







