
ธุรกิจภูธรลุ้นเกาะรถไฟโต
หวังไฮสปีดเทรนแจ้งเกิดอีก 56 ปีกลุ่มค้าปลีกโลจิสติกส์มาแรง
หวังไฮสปีดเทรนแจ้งเกิดอีก 56 ปีกลุ่มค้าปลีกโลจิสติกส์มาแรง
เกาะแนวไฮสปีดเทรน กระตุ้นธุรกิจท้องถิ่น “ค้าปลีกโลจิสติกส์” ต่างจังหวัดบูม
นายธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ที่ปรึกษาด้านธุรกิจการตลาด เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการธุรกิจไทยทั้งรายใหญ่และรายย่อย หรือเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัดที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน 56 ปีนับจากนี้ ควรเร่งศึกษาบรรยากาศและความต้องการของผู้บริโภคโดยรอบเส้นทางการคมนาคมโครงการดังกล่าว เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศในอนาคต จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภายในปี 2558
ผู้รู้หลายฝ่ายประเมินว่าการเกิดขึ้นของโครงการดังกล่าว ยังผลักดันให้ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ดินในต่างจังหวัด มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีก สังเกตได้จากผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกเอกชนรายใหญ่ เช่น กลุ่มเซ็นทรัลที่เริ่มขยายสาขาใหม่เข้าไปยังจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญๆ มากขึ้น อาทิ จ.ขอนแก่น อุดรธานี พิษณุ โลก ล่าสุด อุบลราชธานี เป็นต้น ซึ่งเป็นสัญญาณการกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ มองว่ายังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการธุรกิจโกดังจัดเก็บสินค้าโดยรอบเส้นทางการคมนาคมโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่เกี่ยวข้องกับระบบซัพพลายเชนด้านการขนส่งกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) โดยตรงด้วย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ประเทศจีนให้ความสนใจขยายการทำตลาดไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชียมากขึ้นเมื่อเข้าสู่เออีซี ก็จำเป็นต้องอาศัยสปีดเทรนในการขนส่งกระจายสินค้าที่สะดวก โดยในกลุ่มจังหวัดที่มีโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตนั้น ดูได้จากเส้นทางอาร์ 3 เอ (R3A) ที่เชื่อม 3 ประเทศ คือ ไทย จีน ลาว และเอเชีย
เมื่อเข้าสู่เออีซีแล้ว ยังเป็นโอกาสของการขยายฐานการผลิต โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอไทย ที่กำลังประสบกับ 2 ปัจจัยลบสำคัญ ที่กระทบยังต้นทุนผลิตและบริหารจัดการสินค้า คือ ค่าแรง 300 บาท และโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการต้องปรับตัวสู้ โดยเฉพาะคู่แข่งที่มาจากจีนจะมีต้นทุนผลิตสินค้าที่ต่ำกว่า และเตรียมเข้ามาตีตลาดอาเซียน ผู้ประกอบการควรรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขจากภาครัฐที่มีส่วนรับผิดชอบเรื่องดังกล่าว
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเมื่อเข้าสู่เออีซี อาทิ ธุรกิจอาหาร ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ ศูนย์กลางทางการแพทย์ (เมดิคัลฮับ) และอัญมณี เป็นต้น ซึ่งในทุกธุรกิจโดยเฉพาะกลุ่มอาหาร จะต้องเร่งสร้างแบรนด์ให้แกร่งเพื่อเตรียมพร้อมเข้าตลาดอาเซียน และตลาดโลก พร้อมมองหาช่องว่างและโอกาสการทำตลาดอย่างต่อเนื่องด้วย
“ก่อนหน้านี้ที่ไทยยังขาดความพร้อมในเรื่องเออีซี จากปัจจัยความร้อนแรงทางการเมือง แต่หลังจากการเมืองคลี่คลาย เกือบทุกภาคส่วนต่างหันมาให้ความสำคัญเรื่องเออีซีมากขึ้น” นายธันยวัชร์ กล่าว







