posttoday
"บัณฑูร" หนุนแบงก์ชาติเจาะฟองสบู่

"บัณฑูร" หนุนแบงก์ชาติเจาะฟองสบู่

04 เมษายน 2556

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

การส่งสัญญาณเตือนให้ระวังจะเกิดฟองสบู่ในระบบเศรษฐกิจ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดำเนินการเป็นระยะ และล่าสุดก็ได้ขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ให้ระมัดระวังการปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับคนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 และหลังที่ 3

แม้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะปฏิเสธว่า ขณะนี้ยังไม่มีฟองสบู่เกิดขึ้นในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ในมุมมองของนายแบงก์คนสำคัญอย่าง “บัณฑูร ล่ำซำ” ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า สิ่งที่ ธปท.ทำนั้น ถูกต้องแล้ว

บัณฑูรได้ฉายภาพภาวะฟองสบู่ว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ แบ่งเป็น 2 ขยัก ขยักแรกคือ การที่มีเงินจำนวนมากวิ่งเข้าไปในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น ที่ดิน บ้าน หุ้น เป็นการใช้เงินตัวเองเข้าไปลงทุน ราคาสินทรัพย์ต่างๆ ย่อมเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องปกติ

“ฟองสบู่รูปแบบนี้ไม่น่ากังวล” ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย กล่าว

แต่ที่น่ากังวลนั้นจะเป็นขยักที่ 2 ที่จะมีธนาคารพาณิชย์เข้าไปร่วมผสมโรงด้วย ไปปล่อยกู้ให้เงินเขาเอาไปปั่นราคาสินทรัพย์ ซึ่งรูปแบบนี้น่ากังวล เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งฝีจะแตกเหมือนวิกฤตใหญ่ครั้งก่อน

“ผมพูดกับแบงก์ชาติเลยว่าต้องระวังเรื่องนี้ สินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% ไม่ได้น่ากลัวเพราะมันเป็นเพียงลูกเล่น แต่ที่น่ากลัวคือการไปแข่งปล่อยกันจนเกินกำลังของลูกค้า” บัณฑูร กล่าว

ดังนั้น สำหรับธนาคารกสิกรไทยเอง ก็เริ่มเห็นสัญญาณว่าตลาดมีการแข่งขันสูง ถ้าแบงก์ชาติเห็นว่าเริ่มแข่งขันมากเกินพอดี จะเข้ามาแตะเบรกก็ถือเป็นเรื่องดี ธนาคารเองก็ต้องกำกับตัวเอง ถ้าไม่อยากตกเหวเหมือนปี 2540 ที่เกิดหนี้เสียขึ้นในสถาบันการเงินจำนวนมาก

บัณฑูร กล่าวว่า การบริหารธุรกิจธนาคารจำเป็นจะต้องชั่งน้ำหนักทั้งสองด้าน ระหว่างการปล่อยสินเชื่อเพื่อการเติบโตทางธุรกิจและการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงในระยะยาว

หากคำนึงถึงผลกำไรไปเน้นปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูงแลกกับผลตอบแทนสูง ในระยะสั้นกำไรอาจกระโดดขึ้น แต่ระยะยาวกำไรอาจดิ่งเลยก็ได้ หากภาวะเศรษฐกิจกลับด้าน ธนาคารจึงควรชั่งน้ำหนักการปล่อยกู้ระหว่างสินเชื่อที่เสี่ยงกับสินเชื่อที่ปลอดภัยให้สมดุล

“วัฏจักรการแข่งขันสินเชื่อที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกธนาคารมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทีละนิดๆ คนที่เห็นภาพรวมคือ ธปท. ที่ต้องเข้ามาดูไม่ให้ธนาคารเสี่ยงกันจนเกินตัว อย่าให้ล้มกันระเนระนาดเหมือนอดีต โดยธรรมชาติเหมือนสินเชื่อโตดี ฐานขยายขึ้น ธนาคารมักจะคิดอยากเสี่ยงมากขึ้นอีกนิด ขออีกนิด เพราะให้ผลประกอบการดีขึ้น” บัณฑูร กล่าว

อย่างไรก็ดี เท่าที่ติดตามดูภาพรวมหนี้เสียของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย รวมทั้งธนาคารกสิกรไทยเอง ยังไม่อยู่ในขั้นที่ต้องกังวล เพราะตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มขึ้นตามฐานสินเชื่อที่ขยาย

สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ปล่อยกู้ไปแล้วมีปัญหา หากอยู่ในวิสัยที่ธนาคารเข้าไปช่วยแล้วยังไปต่อได้ก็จะเข้าไปช่วยไม่ได้ล้มจนกลายเป็นหนี้เสีย เพราะไม่มีใครได้ แต่ในรายที่เข้าไปแล้ว แล้วไปไม่ไหวจริงๆ ก็มี ซึ่งกรณีนี้ต้องแก้ไขฟื้นฟูกิจการ

ในมุมมองของ กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เห็นว่า ฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดขึ้น แต่ถ้าหากภาครัฐต้องการชะลอความร้อนแรงของอสังหาริมทรัพย์ เพื่อป้องกันฟองสบู่ในอนาคตนั้น สามารถใช้มาตรการเพิ่มเงินดาวน์สำหรับผู้ที่กู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 ได้

ปัจจุบัน ธปท.กำหนดอัตราเงินดาวน์ขั้นต่ำไว้ที่ 510% ก็น่าจะเพิ่มเงินขึ้นเป็น 30% เพราะคนที่จะซื้อบ้านหลังที่ 2 ได้ แสดงว่าเป็นผู้ที่มีกำลังซื้ออยู่แล้ว

สำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรกและคอนโด สามารถปรับเพิ่มเป็น 20% ได้ เพื่อชะลอความร้อนแรงและลดการแข่งขันของสถาบันการเงินไม่ให้มีมากเกินไป

ทั้งนี้ ควรเป็นมาตรการที่มีเวลาในการปรับตัวประมาณ 612 เดือน

ไม่ว่า ธปท.จะกลัวเกินเหตุหรือไม่แต่การกันไว้ดีกว่าแก้ เป็นเรื่องที่ควรทำ เพราะบทเรียนจากวิกฤตต้มยำกุ้ง ยังตามหลอนไม่เลิก

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ