
จากเออีซีถึงจีเอ็มเอสค้าเสรีไม่ใช่แค่"ลดภาษี"
นอกจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 แล้ว อีกความร่วมมือหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าประเทศไทยไม่ควรมองข้าม คือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือจีเอ็มเอส ได้แก่ ไทย เมียนมาร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และจีนใต้
นอกจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 แล้ว อีกความร่วมมือหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าประเทศไทยไม่ควรมองข้าม คือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือจีเอ็มเอส ได้แก่ ไทย เมียนมาร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และจีนใต้
เมื่อพิจารณาดูทุกท่านจะเห็นค่ะว่า สมาชิกของจีเอ็มเอสส่วนใหญ่ก็เป็นสมาชิกของเออีซีด้วย ดังนั้นดิฉันคิดว่าไทยควรใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้จากเออีซีและจีเอ็มเอสเป็นประตูสู่การค้าขายในจีน และใช้จีเอ็มเอสเป็นแหล่งวัตถุดิบทั้งเพื่อการส่งออกและอุปโภคบริโภค รวมถึงเป็นแหล่งระบายวัตถุดิบไปพร้อมกัน
แต่ที่ผ่านมาเวลาพูดถึงจีเอ็มเอส เรามักพูดถึงแต่เรื่องการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน เส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากคุนหมิงไปยังสถานที่ต่างๆ เท่านั้น ไม่ค่อยพูดถึงบทบาทความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ทำให้ขณะนี้เวียดนามและจีนกลายเป็นผู้เข้าไปมีบทบาทนำในจีเอ็มเอส
ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องปรับเพิ่มบทบาทเราขึ้นมาเป็นผู้นำในจีเอ็มเอสค่ะ
ที่ดิฉันกล่าวอย่างนั้น เพราะหลายประเทศในจีเอ็มเอสยังขาดความพร้อม และขาดมาตรฐานการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการค้าหลายเรื่อง โดยเฉพาะระบบศุลกากร ระบบการตรวจสอบสินค้า การตรวจสุขอนามัย โรคพืช โรคสัตว์ ทั้งด้านมาตรฐาน และอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องไม้ ทำให้การดำเนินการต้องทำทั้งสองด้าน คือ ทั้งฝั่งขาออก และฝั่งขาเข้า ยังไม่สามารถใช้การตรวจหรือรับรองร่วมกันได้
มาตรฐานการตรวจสอบที่แตกต่างกันนี้เอง กลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการค้าเสรี เมื่อเรามีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ผู้ส่งออกผู้นำเข้าจำนวนหนึ่งไม่ได้ใช้สิทธิลดภาษี เนื่องจากด่านศุลกากรของประเทศเพื่อนบ้านบางด่านไม่สามารถออกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิได้ หรือบางด่านออกให้ได้ แต่ก็ต้องใช้เวลานาน นอกจากนี้ระบบตรวจสอบสินค้าก็มีขั้นตอนยุ่งยาก ผู้ส่งออกผู้นำเข้าจึงเลือกไม่ใช้สิทธิลดภาษี เพราะไม่ต้องการเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติม
ข้อตกลงที่เราเจรจากันเป็นเวลานาน จึงไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับผู้ประกอบการ
การค้าเสรีจึงไม่ใช่เพียงเรื่องการลดภาษีค่ะ แต่หมายถึงการอำนวยความสะดวกเรื่องอื่นๆ ให้เกิดการค้าเสรีอย่างแท้จริงด้วย เรื่องที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง คือ การพัฒนาระบบตรวจสอบสินค้าจุดเดียว เพื่อลดความยุ่งยากวุ่นวายเหล่านี้ เราในฐานะประเทศที่มีความพร้อมมากกว่าทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยี และมีมาตรฐานด้านการตรวจสอบสินค้าสูงกว่า จึงควรเข้าไปช่วยพัฒนาด่านของประเทศเพื่อนบ้านให้ได้มาตรฐานเดียวกับเรา ช่วยพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้ บุคลากร เพื่อให้การดำเนินการทั้งด้านพิธีการศุลกากร การตรวจสอบมาตรฐานสิ่งตกค้างเจือปนทั้งหลาย มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน จนถึงมาตรฐาน วิธีการเดียวกันในที่สุด จึงจะลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่าย และทำให้การค้าเสรีโดยแท้จริง ประโยชน์ย่อมจะตกแก่ผู้ค้าขายนั่นเอง
สำหรับปัญหาเรื่องงบประมาณที่จะช่วยเหลือเพื่อนบ้านนั้น ดิฉันเชื่อว่าเราน่าจะจัดสรรได้และควรใส่ใจที่จะจัดสรร และอย่าไปคิดว่าจะเป็นการเสียเงินเปล่า เพราะต้องไม่ลืมว่าเมื่อเพื่อนบ้านของเราไม่มีมาตรฐาน เวลาเปิดการค้าเสรีระหว่างกัน ไม่ว่าจะสู่เออีซีหรือจีเอ็มเอส เราก็จะไม่มีมาตรฐานตามไปด้วย
หากปล่อยไว้เฉยๆ ข้อตกลง สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ ก็คงสูญเปล่าเช่นที่ผ่านมา







