posttoday
ตลาดการเงินไทยคึกคัก ตื่นรับกระแสเงินทุนไหลเข้า

ตลาดการเงินไทยคึกคัก ตื่นรับกระแสเงินทุนไหลเข้า

07 เมษายน 2553

8...สุชาติ ธนฐิติพันธ์

 

ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนที่อยู่ในตลาดการเงินของไทย ไม่ว่าจะเป็นตลาดตราสารทุน (หุ้น) หรือตลาดตราสารหนี้ (พันธบัตร, หุ้นกู้) ต่างก็น่าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราที่น่าพอใจ อาจจะมากหรือน้อยบ้างขึ้นอยู่กับตัวหลักทรัพย์ที่นักลงทุนทำการซื้อลงทุนไว้ ซึ่งถ้าพิจารณาจากภาพของตลาดโดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 95 จุด หรือคิดเป็น 13.5% (นับตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 2553 ) แต่ทางด้านของตลาดตราสารหนี้ ซึ่งมักจะไม่เคลื่อนไหวตามข่าวคราวที่เกิดขึ้นเป็นปกติอยู่แล้ว ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.55 จุด หรือคิดเป็น 0.44% ซึ่งการปรับตัวเพิ่มขึ้นในรอบนี้ มีสาเหตุหลักมาจากการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศนั่นเองครับ

เนื่องจากการเริ่มฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศในกลุ่มเอเชีย รวมถึงประเทศไทยของเราเองด้วย ที่นักลงทุนต่างชาติมองว่ามีศักยภาพในการฟื้นตัวสูง ส่งผลทำให้มีเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมองเห็นได้อย่างชัดเจนผ่านทางอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าเงินบาทตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาครับ โดยในช่วงนั้นค่าเงินบาทไทยอยู่ที่ 33.28 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ และเริ่มมีทิศทางที่แข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ จนล่าสุด (2 เม.ย. 2553) ค่าเงินบาทไทยอยู่ที่ระดับ 32.50 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นการแข็งค่าขึ้นถึง 2.4% ภายในช่วงระยะเวลาเพียง 1 เดือนครับ

และแน่นอนครับ การไหลเข้าของเงินทุนในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นการเข้ามาลงทุนโดยตรง (FDI) เช่น การลงทุนในอุตสาหกรรม หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่อีกส่วนใหญ่ๆ กลับเป็นการเข้ามาลงทุนในตลาดการเงินของไทยครับ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น หรือตลาดตราสารหนี้ ซึ่งเราจะพบว่ายอดการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติในตลาดทั้งสองนี้มีค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสะสม (Accumulate Net Buy) ในตลาดหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สูงถึง 45,200 ล้านบาท ในขณะที่ยอดซื้อสะสมในตลาดตราสารหนี้นับตั้งแต่ต้นปีก็สูงถึง 22,600 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ

ในที่สุดแล้ว จึงส่งผลทำให้ภาพรวมของตลาดการเงินไทย เมื่อเราวัดจากค่าของดัชนี (Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ทั้งนี้แล้วการไหลเข้าอย่างรวดเร็วของเงินทุนต่างชาติในรอบนี้ ดูเหมือนว่าจะมีความร้อนแรง และรวดเร็วผิดไปจากในอดีตที่ผ่านมาครับ ซึ่งนักลงทุนควรจะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง หากจะตัดสินใจ “เก็งกำไร” ในตลาดการเงินของไทย ในช่วงระยะเวลานับจากนี้เป็นต้นไป

แต่ถ้าหากเป็นการตัดสินใจเพื่อจะ “ลงทุนในระยะยาว” แล้ว พื้นฐานของสภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ยังคงถือได้ว่ามีความน่าสนใจไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันครับ

ส่วนทางด้านของสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองไทย ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีผลกระทบกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมากเท่าไรนัก ซึ่งแน่นอนครับว่า ธุรกิจการท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งรายได้หลักของไทยทางหนึ่งอาจจะมีปัญหาไปบ้างในช่วงที่มีความวุ่นวาย แต่อุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกของไทย ที่เป็นแหล่งรายได้หลักของไทยเช่นกัน ยังคงสามารถเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการฟื้นตัวของประเทศอื่นๆ ที่เป็นประเทศคู่ค้าของไทย ดังนั้นแล้ว ด้วยกระแสการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ที่น่าจะสะท้อนได้ว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงมีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศไทย ประกอบกับสภาพพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยที่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวได้ไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่นๆ แล้ว ช่วงเวลา ณ ปัจจุบัน น่าจะเป็นโอกาสที่ดี สำหรับการเข้ามาแสวงหาผลตอบแทนในระยะยาวของนักลงทุนไทย แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่ลืมพิจารณาถึงความเสี่ยงหลายๆ ด้านที่อาจจะเกิดขึ้นควบคู่กันไปด้วยครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน