
Yield Curve ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
.....สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (29 มี.ค.
–2 เม.ย.2553) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,096,203.19 ล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 619,240.64 ล้านบาท ทั้งนี้จากข้อมูลตลอดทั้งสัปดาห์พบว่า มูลค่าการซื้อขายโดยรวมทั้งหมดสามารถแบ่งเป็นมูลค่าการซื้อขายแบบ Outright ที่ 323,090.83 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.44 ของมูลค่าการซื้อขายรวม ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วนั้น พบว่า พันธบัตรองค์กรภาครัฐ (State Agency Bond) มีปริมาณการซื้อขายเท่ากับ 254,688.57 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 78.83 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 10.50 ตามมาด้วย พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 35,111.78 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10.87 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 2.69 ต่อมาเป็น ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 25,476.35 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7.89 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 12.77 ทางด้าน หุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 5,703.08 ล้านบาท และ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Owned Enterprise Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 1,308.97 ล้านบาทการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยสามารถสรุปการเคลื่อนไหวของแต่ละช่วงอายุพันธบัตรรัฐบาลได้ดังนี้ คือ พันธบัตรอายุคงเหลือ 1 ถึง 6 เดือน อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง 1 ถึง 2 bp. พันธบัตรระยะสั้นอายุ 1 ถึง 3 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่าง +1 ถึง +5 bp. สำหรับพันธบัตรระยะกลาง 5 ถึง 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง 2 ถึง 4 bp. และระยะยาวมากกว่า 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง 1 ถึง 4 bp.







