
ขุมทรัพย์ออมสิน..แหล่งเงินกู้รัฐบาล
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ
“ธนาคารออมสิน” ฉลองครบรอบ 100 ปี ธนาคารที่เก่าแก่อันดับสองของไทย อย่างยิ่งใหญ่เมื่อวานนี้ โดยสาขาทั่วประเทศแจกสลากออมสินที่ระลึก 100 ปี มูลค่า 100 บาท ให้กับลูกค้า 100 รายแรก ที่มาใช้บริการของธนาคาร ทำให้คนแห่ไปใช้บริการอย่างคับคั่ง
ทางด้านสำนักงานใหญ่ ที่ถนนพหลโยธิน กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะที่กำกับธนาคารออมสิน ก็ได้ไปเยือนและให้นโยบายกับธนาคารออมสินว่า ธนาคารออมสินถูกตั้งมาเพื่อนำเงินมาบริหารโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไม่มีการลงทุนด้านนี้ จึงทำให้ออมสินก็หันไปปล่อยกู้ภาคธุรกิจ
ดังนั้น เมื่อรัฐบาลเตรียมแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ยกให้ออมสินเป็นอันดับที่ 1 ในการดึงมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพราะรัฐบาลไม่ต้องการกู้เงินต่างประเทศ เพื่อมาสร้างปัญหาให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป
“วัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งธนาคารออมสินก็เพื่อเป็นสถาบันการเงินที่สนับสนุนการออมให้แก่ประชาชน รวมถึงการเป็นตัวการในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะผู้ประกอบการในส่วนที่ไม่สามารถใช้บริการ หรือไม่ได้รับความสนใจจากธนาคารพาณิชย์ ให้สามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมีศักยภาพ” กิตติรัตน์ กล่าว
นอกจากรัฐจะใช้ธนาคารออมสินเป็นแหล่งสนับสนุนเงินทุน สำหรับกู้เพื่อลงทุนโครงการขนาดใหญ่แล้ว ยังคงจะใช้ธนาคารออมสินเป็นแหล่งเงินกู้ สำหรับลูกค้ากลุ่มรากหญ้าอย่างเข้มข้นต่อไป
“รัฐบาลยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการธนาคารประชาชน เพื่อทำหน้าที่ในการปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนรายย่อยต่อไป โดยจะมีการคัดกรองผู้กู้อย่างมีระบบระเบียบมากขึ้น เพราะถือว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ในการสร้างอาชีพ และธนาคารออมสินเองก็จะได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาในรูปของดอกเบี้ย เพื่อใช้ในการปล่อยกู้ให้กับรายย่อยอื่นๆ ต่อไป” กิตติรัตน์ กล่าว
ขณะที่โครงการธนาคารโรงเรียนนั้น อยากให้ธนาคารออมสินเร่งขยายสาขาเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,000 สาขา เพราะเป็นโครงการที่มีประโยชน์
นอกจากนี้ยังเห็นว่าธนาคารออมสินถูกตั้งมาเพื่อนำเงินมาบริหารโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งผ่านมาประเทศไม่มีการลงทุนด้านนี้ จึงทำให้ออมสินก็หันไปปล่อยกู้ภาคธุรกิจ ทั้งนี้เมื่อรัฐบาลเตรียมแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ยกให้ออมสินเป็นอันดับที่ 1 ในการดึงมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพราะรัฐบาลไม่ต้อง
การกู้เงินต่างประเทศเพื่อมาสร้างปัญหาให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป
“วัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งธนาคารออมสินก็เพื่อเป็นสถาบันการเงินที่สนับสนุนการออมให้แก่ประชาชน รวมถึงการ
เป็นตัวการในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะผู้ประกอบการในส่วนที่ไม่สามารถใช้บริการ
หรือไม่ได้รับความสนใจจากธนาคารพาณิชย์ ให้ยังสามารถเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมีศักยภาพ” นายกิตติรัตน์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อหมุนเวียน 3 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เตรียมสภาพคล่องไว้ 1 แสนล้านบาท สำหรับปล่อยกู้โครงการภาครัฐ
อย่างไรก็ดี หากรัฐต้องการเงินมากกว่าแสนล้านบาทก็สามารถขยายวงเงินได้ ซึ่งในโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดที่ผ่านมา ธนาคารออมสินจัดเป็นผู้ปล่อยกู้รายใหญ่อันดับต้นๆ เพราะมียอดปล่อยกู้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อนำไปจำนำข้าวแล้วมากกว่า 1 แสนล้านบาท เช่น การเข้าประมูลพันธบัตรโครงการเงินกู้บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาธนาคารออมสินปล่อยกู้ภาครัฐไปแล้วกว่า 23 หมื่นล้านบาท ลูกค้ารายย่อยตั้งปล่อยกู้กว่า 1 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นธนาคารประชาชนตั้งเป้า 3 แสนราย วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท สินเชื่อห้องแถวกว่า 1.75 หมื่นราย วงเงิน 7,900 ล้านบาท สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี 1.3 หมื่นราย วงเงิน 2.6 หมื่นล้านบาท สินเชื่อกองทุนหมู่บ้าน 4,700 กองทุน วงเงิน 9,300 ล้านบาท
แม้รัฐบาลจะใช้ธนาคารออมสินเป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบาย แต่หากย้อนไปถึงวัตถุประสงค์แรกของการก่อตั้งธนาคารออมสินเมื่อ 100 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเห็นคุณประโยชน์ของการออมทรัพย์ เพื่อให้ประชาชนรู้จักการประหยัด การเก็บออม มีสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินเงินทองของประชาชนให้ปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย จึงทรงริเริ่มจัดตั้งคลังออมสินทดลองขึ้น โดยทรงพระราชทานนามแบงก์ว่า “ลีฟอเทีย” ในปี พ.ศ. 2450 เพื่อจูงใจคนไทยให้มองเห็นความสำคัญของการออม
จาก 100 ปี ที่เริ่มจากทุนจดทะเบียน 1 แสนบาท วันนี้ออมสินมีสินทรัพย์ถึง 2 ล้านล้านบาท มียอดเงินฝากกว่า 1.6 แสนล้านบาท มียอดสินเชื่อกว่า 1.5 แสนล้านบาท ทำกำไรงามกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท ยั่วน้ำลายใครหลายๆ คน
ดังนั้น การเดินหน้านโยบายใดๆ จากนี้ก็ตาม กระทรวงการคลังและธนาคารออมสินควรต้องยึดถึงวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งธนาคารแห่งนี้ให้มาก ไม่ควรบิดเบือนเพื่อนำเงินออมของเด็กและประชาชนคนรากหญ้ามาใช้ลงทุนสุรุยสุร่าย หรือเดินตามคำสั่งการเมืองมากไป เพราะจะไปเบียดบังวัตถุประสงค์หลักคือ การเป็นแหล่งเงินในการปล่อยกู้ให้กับผู้ด้อยโอกาส และอาจสุ่มเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ที่จะมองว่าธนาคารออมสินกำลังจะมีปัญหาเหมือนธนาคารของรัฐแห่งอื่น ที่กำลังประสบปัญหาหนี้เสียอย่างรุนแรง เงินกองทุนติดลบจากการปล่อยกู้ตามนโยบายรัฐบาลกลายเป็นกระเป๋าสตางค์ของรัฐบาลในการทำโครงการต่างๆ เช่นเดียวกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธ.ก.ส. ) ที่ถูกสั่งให้รับจำนำข้าวทุกเม็ด
เพราะการทำธุรกิจธนาคารโดยการเป็นธนาคารเพื่อประชาชนรายยอ่ย สิ่งสำคัญคือความมั่นคงและความน่าเชื่อถือต้องมาเป็นอันดับแรก







