
ซีไอเอ็มบี ไทย ชิมลางลูกค้ารายย่อย
โดย...ดำรงเกียรติ มาลา
โดย...ดำรงเกียรติ มาลา
“ซีไอเอ็มบี ไทย” เริ่มปรับตัวลงสู่การแข่งขันกลุ่มลูกค้ารายย่อย ล่าสุดปรับเกณฑ์ลงทุนขั้นต่ำลูกค้าธนบดีธนกิจเหลือ 1 ล้านบาท หวังขยายฐานลูกค้าโตกว่า 100%
ภายใต้แผนงานนี้ อดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจลูกค้ารายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารได้ปรับลดเงื่อนไขด้านวงเงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับกลุ่มลูกค้าธนบดีธนกิจ จากเดิม 3 ล้านบาท ลงมาอยู่ที่ 1 ล้านบาท เป็นการชั่วคราว เนื่องจากต้องการขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้ให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ 1.2 หมื่นราย เป็น 2.5 หมื่นราย หรือเติบโตขึ้นกว่า 100%
คาดว่าโปรโมชันนี้จะทำให้สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของลูกค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นจาก 5.4 หมื่นล้านบาท เป็น 7.5 หมื่นล้านบาท ภายในสิ้นปี
“ในไตรมาสแรกฐานลูกค้ากลุ่มนี้ของธนาคารเติบโตขึ้นมาแล้วประมาณ 3,000 ราย หรือ 24% ขณะที่สินทรัพย์ภายใต้บริหารเติบโตขึ้นมาแล้ว 8,000 ล้านบาท ทั้งในรูปเงินฝาก กองทุนรวมและตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย” อดิศร กล่าว
ปัจจุบันลูกค้าธนบดีธนกิจมีการลงทุนสัดส่วนถึง 60% ของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของธนาคาร จึงถือเป็นกลุ่มที่ธนาคารจะให้ความสำคัญมาก แม้ว่าธนาคารจะลดวงเงินลงทุนขั้นต่ำลงมาอยู่ที่ 1 ล้านบาท แต่สิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับเช่น ความสะดวกสบายในการทำธุรกรรม การเบิกถอนเงินสดข้ามประเทศผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารภายในเครือข่ายภูมิภาคโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมจะยังคงเดิม
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีบริการใหม่ให้ลูกค้าที่ต้องการเปิดบัญชีเงินฝากหรือลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินกับเครือข่ายของธนาคารในประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และกัมพูชา สามารถเปิดบัญชีผ่านธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ประเทศนั้นด้วยตัวเอง ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าธนบดีธนกิจของธนาคารไม่ต่ำกว่า 10-15% ให้ความสนใจใช้บริการนี้
“ขณะนี้มีลูกค้าสอบถามและสนใจจะเปิดบัญชีเงินฝากและกระจายการลงทุนออกไปยังประเทศอื่นเข้ามาพอสมควร เนื่องจากผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศมีความหลากหลายและให้ผลตอบแทนดี เช่น เงินฝากในสิงคโปร์ที่ฝากได้หลายสกุล ตราสารในมาเลเซียและอินโดนีเซียก็มีหลายตัวที่น่าสนใจ ในทางกลับกัน ลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาเปิดบัญชีในไทยก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน” อดิศร กล่าว
นายอดิสร กล่าวว่า หากเทียบผลตอบแทนผลิตภัณฑ์เงินฝากของประเทศภายในภูมิภาคนี้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน มีเพียงอินโดนีเซียที่ให้ผลตอบแทนสูง อย่างไรก็ตาม ธนาคารไม่แนะนำให้ลูกค้าไปเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยแนะนำให้ลูกค้าเลือกลงทุนในตราสารหนี้หรือกองทุนประเภทต่างๆ มากกว่า







