
"ดราย โซดา" หา "จุดต่าง" สู้ "ยักษ์ใหญ่"
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
โดย...ลภัสรดา ภูศรี
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด หนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้คือการสร้าง “จุดขาย” ให้ธุรกิจแตกต่างกับสิ่งที่มีอยู่ในตลาดให้มากที่สุด
ดังเช่นกรณีของ ชาแรล คลอส เจ้าของธุรกิจ “ดราย โซดา” ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “น้ำอัดลมสุขภาพ” ในสหรัฐ ที่ชูจุดขายเครื่องดื่มแนวใหม่ จนสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดในวงการธุรกิจน้ำอัดลมในเมืองลุงแซม ซึ่งได้ชื่อว่าถูกผูกขาดอยู่กับคู่แข่งยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่เจ้าได้อย่างน่าสนใจ
แค่ชื่อก็ชัดเจนว่า “น้ำอัดลมสุขภาพ” เครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ ดราย โซดา จึงต่างจากน้ำอัดลมตามท้องตลาด ตรงที่ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น รูบาร์บ จูนิเพอร์ เบอร์รี ฝักวานิลลา แตงกวา ฯลฯ จึงเรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรรสชาติแปลกใหม่ที่คงความซ่าตามสไตล์น้ำอัดลม ที่นอกจากจะสามารถดื่มเพียวๆ เพื่อเติมความสดชื่นแล้ว ยังดื่มพร้อมมื้ออาหารเพื่อช่วยให้อาหารอร่อยขึ้นได้อีกด้วย
ที่สำคัญ ดราย โซดา ใช้สารให้ความหวานตามธรรมชาติจากน้ำตาลอ้อยบริสุทธิ์ เพียง 1119 กรัม ที่ให้พลังงานเพียง 4570 กิโลแคลอรีเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าน้ำอัดลมปกติที่มีปริมาณน้ำตาลสูงถึง 32.5 กรัม และให้พลังงานเฉลี่ยสูงถึง 140250 กิโลแคลอรี
ด้วยความแปลกใหม่และตอบสนองเทรนด์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพได้ดี จึงผลักดันให้ดราย โซดา ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยปัจจุบันนอกจากจะจัดส่งตามร้านอาหาร ร้านค้าปลีกทั่วสหรัฐแล้ว ดราย โซดา ยังได้รับความนิยมไกลถึงแคนาดา ยุโรป และตะวันออกกลาง จนเมื่อปี 2011 ผลประกอบการของดราย โซดา โตถึง 150% คิดเป็นมูลค่าราว 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ และพุ่ง 300% ในไตรมาสแรกของปี 2012
ทว่า กว่าจะสำเร็จอย่างวันนี้ นักธุรกิจสาวใหญ่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคทั้งด้านเงินทุน เวลา ตลอดจนถึงความรู้ในการบริหารธุรกิจ แต่นั่นก็ไม่สามารถขวางให้ชาแรลเริ่มสร้างสรรค์เครื่องดื่มแนวใหม่ ด้วยการทดลองทำหัวเชื้อรสชาติจากส่วนผสมจากธรรมชาติและซื้อเครื่องอัดคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ทำน้ำอัดลมโฮมเมดในห้องครัวเล็กๆ ในบ้าน เมื่อปี 2005 โดยมีแรงบันดาลใจภายหลังไม่สามารถหาเครื่องดื่มที่ถูกใจเพื่อดื่มตอนตั้งครรภ์ได้ เพราะเครื่องดื่มในตลาด ถ้าไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ก็จะเต็มไปด้วยสารสังเคราะห์ และมีปริมาณน้ำตาลสูงเกินไป
ภายหลังจากที่ลองผิดลองถูก โดยใช้ทุนจากการนำบ้านไปจำนองและหยิบยืมคนใกล้ชิด ก่อนเดินหน้าเรียนรู้เทคนิคการดำเนินธุรกิจอยู่นานร่วมปี ในที่สุดชาแรลก็สามารถร่างแผนธุรกิจและเสนอขอกู้เงินจากสมาคมธุรกิจรายย่อยในสหรัฐได้สำเร็จ
ทว่า ด้วยความที่รับหน้าที่เป็นทั้งคุณแม่ลูกสองที่อยู่ในวัยกำลังซน และเป็นเจ้าของธุรกิจมือใหม่ที่มีเงินทุนจำกัดในเวลาเดียวกัน ทำให้ชาแรลต้องปรับตัวและหาแนวทางทำธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเองให้มากที่สุด เช่น การเลือกใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ฟรี สะดวกมากขึ้น ตลอดจนการจัดขบวนรถแจกสินค้าให้ลูกค้าได้ทดลองชิมฟรี เพื่อสร้างการรับรู้ในด้านสินค้าและเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
“ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร ก็ต้องเจอปัญหาด้วยกันทั้งนั้น ทั้งด้านการเงิน หรือแม้แต่การหาทีมงานที่มีคุณภาพ เคล็ดลับของฉันก็คือ คุณควรรู้เป้าหมายว่าคุณทำธุรกิจเพื่ออะไร เช่น ฉันต้องการให้ชาวอเมริกันมีทางเลือกและเข้าถึงเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ฉันจึงพยายามศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่โดยตลอด เพื่อสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาได้ดีขึ้นนั่นเอง” ชาแรล กล่าวทิ้งท้าย







