
บทเรียนหน้าใหม่
บทเรียนหน้าใหม่ตลาดหุ้นกระทิง เพียง 3 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) ดัชนีปรับตัวขึ้นมา 169.13 จุด หรือ 12.15% ปิดที่ 1,561.06 จากสิ้นปี 2555 ซึ่งดัชนีปิดอยู่ที่ 1,391.93 จุด
บทเรียนหน้าใหม่ตลาดหุ้นกระทิง เพียง 3 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) ดัชนีปรับตัวขึ้นมา 169.13 จุด หรือ 12.15% ปิดที่ 1,561.06 จากสิ้นปี 2555 ซึ่งดัชนีปิดอยู่ที่ 1,391.93 จุด
ความร้อนแรงของตลาดเป็นที่หลงใหลของแมลงเม่าที่ชอบแสงไฟ พากันบินเข้าไปลิ้มลองความสวยของแสงไฟ ที่เต็มไปด้วยความร้อนของไฟ จิ้มหุ้นตัวไหน รับไปทันที กำไรงามๆ สร้างความฮึกเหิมให้กับนักลงทุน ทุกวันเห็นแต่ตลาดหุ้นวิ่งเขียวปี๋ หรือถ้าร่วงก็ 5 จุด 10 จุด ไม่เคยมีวันไหนที่หุ้นตกทำหัวใจหล่นตุ๊บหงอยเหงาเหมือนกับวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านั้นตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. เซียนหุ้น มือเก่าทั้งหลาย หรือมือใหม่หัดขับ คงมีความรู้สึกไม่ต่างกัน คือ ตกใจกับตลาดที่ร่วงติดต่อกัน 3 วันติดๆ 62 จุด ยังพอรับและเข้าใจได้ว่าตลาดปรับฐาน จากที่ขึ้นมาไม่เคยหยุด (ปลอบใจตัวเอง) แต่พอเจอวันที่ 22 วันเดียว ดัชนีไหลจู๊ด ไม่มีทำนบกั้น 64.8 จุด หุ้นหลายตัวถูกโยนทิ้งร่วงติดฟลอร์
บทเรียนวันนั้น นักลงทุนหน้าใหม่เจ็บปางตาย แต่เชื่อว่าคงจำกันไม่นาน สัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นขึ้นมา 4 วัน ลงวันเดียว ทำให้ลืมหุ้นตก 64 จุดไปเลย
แล้วทำอย่างไรจะไม่ให้ “เจ็บปางตาย” กันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ป้องกันแมลงเม่าบินเข้ากองไฟน้อยที่สุด สิ่งสำคัญคือ การมีความรู้ ความเข้าใจ การลงทุน
“สำเริง มนูญผล” ผู้บริหารในกลุ่มสหพัฒน์ และนักลงทุนหุ้นระยะยาว (VI) ให้คำแนะนำว่า การลงทุนหุ้นต้องศึกษาให้รู้ จะฆ่าจะเอาเงินกัน อย่าคิดว่าเข้าวันนี้แล้วต้องได้ทันที เอากำไรปุ๊บปั๊บ แต่ต้องเข้าใจตลาดหุ้นเป็นที่ระดมทุน ไม่ใช่สนามการพนัน เล่นหุ้นต้องศึกษาพื้นฐานของตลาดและพื้นฐานหุ้นที่ลงทุน
สำหรับสำเริง เป็นผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการลงทุน จากการลงทุนหุ้นปัจจัยพื้นฐานและเป็นหุ้นในกลุ่มสหพัฒน์ ซึ่งล้วนเป็นหุ้นที่ถือลงทุนระยะยาว 3 ปีขึ้นไป บางตัวเก็บเป็นใบหุ้นเก็บรักษาไว้ไม่ออกมาขาย ฉะนั้นไม่ว่าตลาดหุ้นจะตกต่ำแค่ไหน จึงไม่กระทบกับหุ้นที่เขาถืออยู่
“สำเริง” บอกเคล็ดลับ ก่อนลงทุนต้องทำการบ้าน, มีเงินและแบ่งเงินสำหรับการลงทุน เช่น เงิน 100 บาท แบ่งลงทุนหุ้น 4060 บาท ซึ่งเงินที่นำมาลงทุน ต้องแบ่งซอยว่า 60 บาทนั้น ลงทุนหุ้นถือยาวๆ กี่บาท ซื้อหุ้นเล่นเร็วหรือเก็งกำไรกี่บาท (ต้องเป็นหุ้นมีพื้นฐานดี) รู้กฎเกณฑ์การลงทุน และต้องไม่ลืมศึกษาประวัติผู้ถือหุ้น ข้าวของ หรือผู้บริหาร
สมชาย กาญจนเพชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า นักลงทุนรายย่อยหน้าใหม่ เข้าตลาดหุ้นกระทิงจำนวนมาก จำเป็นที่ บล.เคจีไอ ต้องให้ความรู้ความเข้าใจการลงทุนอย่างมาก ให้ระมัดระวังหุ้นเก็งกำไร และชี้ให้เห็นผลดีผลเสีย ซึ่งบริษัทได้เปิดอบรมนักลงทุนหน้าใหม่ต่อเนื่อง เพื่อให้คำแนะนำและดูแลนักลงทุนก่อนเกิดความเสียหาย
“บทเรียนสำคัญวันที่หุ้นตก 64 จุด เป็นวันที่ดีมากกับนักลงทุนหน้าใหม่ ที่เคยจิ้มลงทุนแล้วกำไรทุกตัว เจอวันนั้นวันเดียวเริ่มตกใจ ตอนนี้ทุกคนกังวล คิดว่าหุ้นที่ซื้อเท่าทุน ก็จะขายออก ถ้าไม่มีภาพวันนี้ ก็เหมือนนักลงทุนไม่มีบทเรียน วันนั้นจึงเหมือนเป็นบทเรียนเบื้องต้นสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ ทำให้เห็นว่าการลงทุนไม่ได้ง่าย ตอนแรกคิดว่าง่าย แต่ตอนนี้ยากแล้ว”
สมชาย กล่าวว่า ปัจจุบันสถานะของนักลงทุนหน้าใหม่ จะซื้อขายด้วยเงินสด ไม่ใช่สินเชื่อ (มาร์จิน) หุ้นที่ตกมา หากลงทุนด้วยหุ้นพื้นฐาน รอได้ ไม่เสียหาย เท่าทุนก็ขาย และที่ผ่านมา โบรกเกอร์มีความระมัดระวังมากขึ้น
บรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกิจการค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า บริษัทดูแลและให้คำแนะนำลูกค้าใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาด และลูกค้าเก่า โดยให้ความรู้ จัดอบรมต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ STOCK MASTER ที่จัดมาแล้ว 2 ปี เป็นโครงการอบรมนักลงทุนหน้าใหม่ มือใหม่ ที่พร้อมเรียนรู้การลงทุน เพื่อให้นักลงทุนหน้าใหม่และเก่า มีความรู้ในการลงทุนทั้งในสภาวะที่ตลาดดีและตลาดซบเซาขาลง หรือตลาดผันผวน ซึ่งวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา รายย่อยโดนภาวะตลาดถล่มหนัก เป็นอีกบทเรียนที่ดี แต่โชคดีที่ตลาดหุ้นเด้งเร็ว แค่เจ็บจิ๊ดๆ เท่านั้น
“บล.บัวหลวง ทำทุกทางที่จะดูแลลูกค้า ทุกเช้านักลงทุนลูกค้า จะได้รับการถ่ายทอดการลงทุนจากปากนักวิเคราะห์ เราเป็นห่วงนักลงทุนตลอด กิจกรรมที่จัดเน้นให้เห็นความสำคัญ การศึกษา ให้ความรู้การลงทุน จะได้มองการลงทุนอย่างเข้าใจ” บรรณรงค์ กล่าว







