
บี้รัฐแก้วิกฤตชายหาดหาย
รร.ชะอำหัวหินชี้กระทบระยะยาวหวั่นท่องเที่ยวทะเลไทยสะดุด
รร.ชะอำหัวหินชี้กระทบระยะยาวหวั่นท่องเที่ยวทะเลไทยสะดุด
โรงแรมย่านหาดชะอำหัวหิน หวั่นปัญหาหาดทรายหดหาย กระทบท่องเที่ยวระยะยาว กระทุ้งรัฐเร่งแก้
น.ส.นาถนัดดา นิติพน เลขาธิการสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก เปิดเผยว่า โรงแรมในพื้นที่ชะอำหัวหิน กำลังวิตกกับปัญหาทรายบนหาดที่อยู่ใกล้กับโรงแรมหายไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของพื้นที่ในระยะยาวโดยในอดีตหาดทรายจะหายไปเป็นบางฤดูเพราะน้ำขึ้นมาก แต่เมื่อหมดช่วงดังกล่าวแล้วก็จะมีหาดทรายที่สามารถเดินเล่นได้เหมือนเดิม
ขณะที่ปัจจุบันเมื่อหมดฤดูที่หาดทรายจะหายไปแล้ว เมื่อถึงฤดูที่ควรมีหาดทรายมากก็กลับไม่มากเท่าเดิม จนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาใช้บริการโรงแรมในพื้นที่ใกล้ชายหาดเริ่มแสดงความคิดเห็นในเชิงติติงแล้วว่า ต้องการมาเดินเล่นชายหาด เล่นน้ำ แต่กลับไม่ได้ทำกิจกรรมตามที่ต้องการ
สำหรับโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้มีไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง ตั้งแต่ชายหาดชะอำไปจนถึงหาดหัวหิน โดยที่ผ่านมาทางสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตกเคยนำเสนอปัญหานี้ให้กับหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานแล้ว รวมถึงหน่วยงานในพื้นที่ แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจนัก จึงอยากให้หน่วยงานรัฐใส่ใจกับปัญหานี้มากขึ้น เพราะผู้ประกอบการมองว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำในทะเล จนทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนแปลงไป โดยเห็นว่าควรเร่งศึกษาหาแนวทางแก้ไขอย่างจริงจัง
“ปีที่ผ่านมาสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตกนำปัญหานี้เสนอภาครัฐแล้ว และเคยมีหน่วยงานหลายหน่วยมาสังเกตการณ์ แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ไม่มีความคืบหน้าว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะกระทบกับภาพรวมการท่องเที่ยว เพราะถ้าไม่มีชายหาดให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่น นักท่องเที่ยวก็จะไม่เลือกมาเที่ยวชะอำหัวหิน” น.ส.นาถนัดดา กล่าว
ด้านสถานการณ์โรงแรมในชะอำหัวหิน เดือน ม.ค.ก.พ. อัตราเข้าพักโรงแรมในพื้นที่อยู่ที่ 5060% โดยนักท่องเที่ยวช่วงวันธรรมดาน้อยมาก แต่วันเสาร์อาทิตย์คึกคัก เพราะคนไทยในกรุงเทพฯ นิยมเดินทางมาเที่ยวพักผ่อน เพราะใกล้กรุงเทพฯ ขับรถมาได้ และคาดว่านโยบายรถคันแรกจะยิ่งทำให้คนมาเที่ยวหัวหินชะอำ ช่วงวันหยุดมากขึ้น
น.ส.นาถนัดดา กล่าวว่า ส่วนปัญหาขาดแคลนบุคลากร สมาคมได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (เอ็มโอยู) กับวิทยาลัยอาชีวศึกษาในพื้นที่ชะอำหัวหิน เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนระดับ ปวช. และ ปวส. ที่สมัครเรียนระบบทวิภาคี คือ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย มาทำงานในโรงแรม 4 เดือน ช่วงเดือน พ.ย.ก.พ. ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว และใช้เวลาที่เหลือกลับไปเรียนในห้องเรียน
สำหรับแนวทางนี้จะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต เพราะทำให้โรงแรมสามารถคัดเลือกนักเรียนที่มีความสามารถมาทำงานต่อที่โรงแรมได้ทันทีหลังจากนักเรียนจบหลักสูตร ขณะที่นักเรียนเมื่อเรียนจบก็มั่นใจได้ว่าจะมีงานทำอยู่ในพื้นที่บ้านเกิดของตัวเอง ไม่ต้องลำบากออกไปหางานที่อื่







