
หุ้นภาคเช้า1เม.ย.ปิดลบ6.56จุด
ตลาดหุ้นภาคเช้า 1 เม.ย. ดัชนีปิดที่ 1,554.50 จุด ลดลง 6.56 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,977.49 ล้านบาท
ตลาดหุ้นภาคเช้า 1 เม.ย. ดัชนีปิดที่ 1,554.50 จุด ลดลง 6.56 จุด มูลค่าการซื้อขาย 21,977.49 ล้านบาท
ตลาดหุ้นวันที่ 1 เม.ย. เปิดตลาดดัชนีหุ้นดิ่งตัวลดลงแรง หลังจากนั้นค่อยฟื้นตัว ยังไม่สามารถกลับมาเป็นบวกเพียงแต่ลบลดลง และมาปิดตลาดที่ระดับ 1,554.50 จุด ลดลง 6.56 จุด หรือ 0.42% มูลค่าการซื้อขาย 21,977.49 ล้านบาท
5 อันดับหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด
1.SOLAR ปิดที่ 9.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.85 บาท หรือ 9.55% มูลค่าการซื้อขาย 2,297 ล้านบาท
2.TIPCO ปิดที่ 15.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท หรือ 8.39% มูลค่าการซื้อขาย 1,418 ล้านบาท
3.BTS ปิดที่ 9.35 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ 0.53% มูลค่าการซื้อขาย 749 ล้านบาท
4.SUSCO ปิดที่ 6.35 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 1.55% มูลค่าการซื้อขาย 621 ล้านบาท
5.THAI ปิดที่ 28.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 564 ล้านบาท
นายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการสายงานวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง กล่าวถึง ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยในการซื้อขายรอบเช้าว่า ค่อนข้างแกว่งตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความกังวลเรื่องสงครามในคาบสมุทรเกาหลี ที่ยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีหุ้นจะปรับตัวลดลง แต่ยังมองไม่เห็นว่ามีปัจจัยลบที่มีนัยสำคัญจะทำให้ดัชนีหุ้ยไทยหลุดต่ำกว่าระดับ 1,540 จุดได้ และข้อกังวลว่าหุ้นขนาดกลางจะมีแรงเทขายหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีผู้ลงทุนเข้ามาเก็งกำไรจำนวนมากนั้น มองว่าไม่ใช่ประเด็นกดดัน เพราะขณะนี้หุ้นเล็กมีปัจจัยพื้นฐานดีมีเพิ่มขึ้น คงไม่สามารถจำกัดให้นักลงทุนลงทุนในหุ้นSET 50 เพียงกลุ่มเดียวได้
สำหรับในช่วงบ่าย ประเมินว่าดัชนีน่าจะแกว่งตัวในกรอบแนวรับระดับ 1,555 จุด และแนวต้านที่ระดับ 1,570 จุด ทั้งนี้แนะนำนักลงเลือกซื้อหุ้นรายตัวที่คาดว่าจะมีผลกำไรดีในไตรมาสแรกของปีนี้ จนมีโอกาสที่จะหลุดจากบัญชีแคชบาลานซ์ถาวร
บล.บัวหลวง ระบุว่า ปัจจัยเกาหลีเหนือประกาศ ภาวะสงครามกับเกาหลีใต้และชาติพันธมิตรทางฝ่ายวิจัยมองว่าการประกาศยั่วยุลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และตลาดหุ้นไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบ ภายใต้สมมุติฐานไม่เกิดความรุนแรง พิจารณาจาก 2-3 ปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้เคยประกาศโจมตีเกาหลีใต้จากเหตุการณ์ใบปลิวต่อต้านเกาหลีเหนือ ดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงไม่มาก







