
กดดันรัฐบาลแก้ปัญหาประกันสังคม
คปก. ร่อน จม.เปิดผนึกถึงรัฐบาล รัฐสภา กีดกันประชาชนเสนอกฎหมายประกันสังคม นัดรวมพล 3 เม.ย.
คปก. ร่อน จม.เปิดผนึกถึงรัฐบาล รัฐสภา กีดกันประชาชนเสนอกฎหมายประกันสังคม นัดรวมพล 3 เม.ย.
นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภา ว่า กรณีที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่รับร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ที่เสนอโดยประชาชน เป็นการปฏิเสธสิทธิการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และเป็นการใช้อำนาจไม่สอดคล้องเจตนารมณ์กฎหมาย รวมทั้งไม่ส่งเสริมระบบประชาธิปไตย
จดหมายเปิดผนึกระบุว่า การลงมติไม่รับหลักการร่างกฎหมายที่เข้าชื่อโดยประชาชนที่ไม่เป็นไปตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 163 อาจจะทำให้ร่างดังกล่าวไม่ชอบด้วยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และอาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือต่อสถาบันรัฐสภา
ร่างกฎหมายที่รัฐสภามีมติไม่รับร่างที่เสนอโดย น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 14,264 คน
ประเด็นสำคัญของร่างกฎหมายประกันสังคมที่สภาผู้แทนราษฎรไม่รับคือการผลักดันให้ประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระออกจากการเมือง และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม จะต้องเป็นมืออาชีพ คณะกรรมการจะต้องมาจากการเลือกตั้งตรงจากตัวแทนประชาชน ไม่ใช่การแต่งตั้งจากหน่วยงานราชการหรือตัวแทนราชการ ในขณะที่ร่างกฎหมายของรัฐบาลยังคงต้องการให้ประกันสังคมอยู่ภายใต้อำนาจกระทรวงแรงงาน หรือภายใต้การเมือง
น.ส.วิไลวรรณ รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า การที่รัฐบาลไม่ต้องการให้ประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระเพราะต้องการเข้ามาแทรกแซงเงินกองทุนประกันสังคม 1 ล้านล้านบาท และพบความโปร่งใสในการใช้เงินของกองทุน และรัฐบาลค้างจ่ายเงินสมทบประกันสังคมตั้งแต่ปี 2553-2555 จำนวน 6.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการส่งเรื่องให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามาตรวจสอบการใช้เงินของประกันสังคม
ขณะเดียวกัน ในวันที่ 3 เม.ย.นี้ กลุ่มตัวแทนแรงงานจะมีการชุมนุมหน้ารัฐสภาเพื่อแสดงจุดยืนการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับประชาชน ที่ต้องการให้สำนักงานประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระ
นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ กรรมการการแพทย์ คณะกรรมการประกันสังคม กล่าวว่า จุดอ่อนกฎหมายประกันสังคมการกำหนดให้สามารถใช้เงินกองทุนประกันสังคมเพื่อการบริหาร 10% ของเงินกองทุน ซึ่งเป็นอัตราสูงมากและเป็นช่องโหว่ให้มีการใช้เงินที่ไม่เหมาะสม ในขณะที่กองทุนประกันสังคมในต่างประเทศใช้เงินบริหารไม่เกิน 3% สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติใช้เงินบริหารไม่ถึง 1%







