
แบกหนี้ดอกเบี้ยเงินกู้อ่วม3ล้านล้านบาท
ไฮไลต์ข่าวการเงิน จับตา พ.ร.บ.การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ต้องตะลึงกับตัวเลขภาระดอกเบี้ยเงินกู้สูงถึง 3 ล้านล้านบาท
ไฮไลต์ข่าวการเงิน จับตา พ.ร.บ.การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ต้องตะลึงกับตัวเลขภาระดอกเบี้ยเงินกู้สูงถึง 3 ล้านล้านบาท
โดย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม วงเงิน 2 ล้านล้านบาท โดยยอมรับว่าการกู้เงินดังกล่าวหากใช้ให้หมดภายใน 50 ปี จะมีดอกเบี้ย 3 ล้านล้านบาท เมื่อรวมกับเงินต้นทำให้มีภาระหนี้ทั้งหมด 5 ล้านล้านบาท
ขณะที่ กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภาระดอกเบี้ย 3 ล้านล้านบาท ที่จะเกิดขึ้นจากการกู้เงินอาจจะมากกว่าที่ประมาณการไว้ได้ อยู่ภายใต้สมมติฐานกู้ที่ดอกเบี้ย 5% คงที่ตลอด 50 ปี ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะแนวโน้มดอกเบี้ยสูงขึ้นจากที่รัฐกู้เงินแย่งสภาพคล่องแข่งกับเอกชน
“หากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1% ภาระหนี้จะเพิ่มขึ้น 6 แสนล้านบาท หากเพิ่มขึ้น 2% จะเป็น 1.2 ล้านล้านบาท และหากดอกเบี้ยปรับขึ้นไปอยู่ที่ 10% ภาระดอกเบี้ยจาก 3 ล้านล้านบาท จะเพิ่มเป็น 6 ล้านล้านบาท การกู้เงินนอกงบประมาณไม่ควรทำ ถ้าไม่จำเป็น” กรณ์ กล่าว
คลังธปท.มั่นใจ ศก.ดี ขยับเป้าจีดีพีเพิ่ม
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจ โดยมั่นใจว่าเศรษฐกิจปีนี้ดีเกินคาด สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ได้ปรับตัวเลขอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) ใหม่เป็น 5.3% เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 5% เนื่องจากการบริโภคในประเทศยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การบริโภคภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัว 4.6% จากเดิมที่คาดว่าขยายตัว 3.9% เห็นได้จากยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์มีการขยายตัวสูง ส่วนรายได้ภาคครัวเรือนคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ได้แก่ มาตรการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาททั่วประเทศ และโครงการรับจำนำข้าวที่ส่งผลโดยตรงต่อกลุ่มแรงงานและครัวเรือน สำหรับปัจจัยที่น่ากังวล ได้แก่ การส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า
ขณะที่ เมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้ดี และน่าจะโตได้สูงกว่าประมาณการเดิมที่คาดไว้ 4.9% แต่จะเพิ่มเป็นเท่าใด ธปท.จะทบทวนตัวเลขอีกครั้ง
จับตาดอกเบี้ยขาขึ้น
แนวโน้มดอกเบี้ยส่อขาขึ้น เหตุจากรัฐบาลเตรียมกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้มีการแย่งสภาพคล่องในระบบ ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเร่งระดมเงินฝากตุนไว้
รุ่ง สงวนเรือง นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโส ธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ กล่าวว่า แผนการกู้ยืมเงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลเพื่อลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นแรงกดดันให้สภาพคล่องในระบบตึงตัวขึ้น และจะส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยระยะกลางจนถึงระยะยาว
ทั้งนี้ รัฐบาลจะใช้การกู้ยืมเงินจากธนาคารของรัฐและออกพันธบัตรจำหน่าย จะแย่งสภาพคล่องกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่จะระดมทุน แต่ผลกระทบจะยังไม่เกิดขึ้นในปีนี้ เพราะรัฐทยอยกู้ภายใน 7 ปี ดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นชัดเจนตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
คลังถังแตกวิ่งหาเงินคืนภาษีรถคันแรก
นโยบายรถคันแรกเริ่มมีปัญหา กระทรวงการคลังถังแตก ต้องหาเงินเร่งจ่ายชดเชยให้ผู้ใช้สิทธิรถยนต์คันแรกกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท จากที่คนแห่ขอใช้สิทธิชดเชยภาษีทะลุเป้าจากที่ตั้งงบประมาณไว้แค่ 7,000 ล้านบาท
มนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้จ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ใช้สิทธิในโครงการรถยนต์คันแรกแล้วจำนวน 99,269 ราย เป็นเงินรวม 6,889 ล้านบาท จากจำนวนผู้เข้าโครงการทั้งสิ้น 1.25 ล้านราย ขณะที่วงเงินที่ตั้งงบประมาณไว้ในปีนี้มีจำนวน 7,000 ล้านบาท เหลือวงเงินที่จะจ่ายได้ 200 กว่าล้านบาทเท่านั้น จึงเตรียมจะดึงเงินของส่วนราชการที่ตั้งขอเบิกเป็นงบกลางไว้แต่ไม่ได้ใช้ เพื่อนำไปใช้จ่ายในโครงการดังกล่าว







