
ขึ้นลงแรงไตรมาส2
3 เดือนพุ่ง 12% ตปท.ซื้อ 3.8 พันล้าน โบรกเกอร์แจกโพยหุ้้นซื้อแล้วกำไรแน่
3 เดือนพุ่ง 12% ตปท.ซื้อ 3.8 พันล้าน โบรกเกอร์แจกโพยหุ้้นซื้อแล้วกำไรแน่
หุ้นไทยเจ๋ง ไตรมาสแรกดัชนี-มาร์เก็ตแคปพุ่ง 12% มูลค่าซื้อขายนิวไฮ โบรกเกอร์คาดแนวโน้มเหวี่ยงแรง
ไตรมาสแรกปี 2556 ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้น 12.15% โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,561.06 จุด และดัชนีหุ้นสูงสุดระหว่างวันอยู่ที่ 1,601.34 จุด ของวันที่ 19 มี.ค. 2556 ส่วนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 13.28 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.45 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 12.25% จากสิ้นปี 2555
ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดหุ้นไทยได้สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยวันที่ 22 มี.ค. 2556 มูลค่าการซื้อขายสูงถึง 101,361.64 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนจ่ายเงินปันผลสูง แบ่งเป็นบริษัทใน SET สูงกว่า 339,066 ล้านบาท และบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) แจกมากกว่า 2,341 ล้านบาท รวมถึงจ่ายหุ้นปันผลสูงกว่า 8,883 ล้านบาท คิดตามมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ และคิดตามราคาตลาดจะมีมูลค่า 106,080 ล้านบาท ของบริษัทมากกว่า 52 แห่ง
แรงซื้อหุ้นสุทธิส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของสถาบันในประเทศ มูลค่าสูงถึง 31,985.41 ล้านบาท และนักลงทุนต่างประเทศจำนวน 3,894.43 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยกลับขายหนักที่สุด 33,991.14 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (พอร์ต บล.) ขายจำนวน 1,888.69 ล้านบาท
นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินลงทุนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นในไตรมาส 2 ดัชนีจะผันผวนสูง คาดว่าจะเหวี่ยงขึ้นลงแรง คาดว่ามีโอกาสขึ้นสูงสุดที่ 1,650 จุด
“สภาพคล่องยังมีอยู่เยอะ แต่ตลาดจะกลัวเรื่องเงินทุนไหลกลับไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐหลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว อาจจะทำให้ดัชนีอ่อนตัวลงตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้น แต่เป็นโอกาสในการช้อนซื้อหุ้น และแนะนำให้เน้นหุ้นรับเหมาก่อสร้างซึ่งจะได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงการ 2 ล้านล้านบาท รวมถึงหุ้นที่เทิร์นอะราวด์ เช่น บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น” นายเผดิมภพ กล่าว
นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นที่ขึ้นมาแรงเกินไปและผิดปกติในไตรมาสแรก ทำให้ราคาในขณะนี้จึงไม่ใช่ระดับที่ถูก และน่าจะเห็นแรงขายทำกำไรในเดือน เม.ย.
“ดัชนีหุ้นน่าจะแกว่งแถว 1,600 จุด บวกลบเล็กน้อยคงไม่หลุด 1,500 จุด ส่วนหุ้นที่น่าสนใจ คาดว่านักลงทุนต่างชาติยังคงให้ความสนใจซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ต่อเนื่อง เพราะจะมีรายได้และกำไรหลายช่องทาง เช่น ค่าธรรมเนียมจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานยังไม่ได้รับความสนใจ เพราะธุรกิจได้รับกระทบจากเชลล์แก๊ส” นายพงศ์ภัทร กล่าว







