
อ่านเพื่อนบ้าน...ผ่านหนังสืออุษาเนย์
“หนังสือ คือ ประตูสู่ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์”
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
“หนังสือ คือ ประตูสู่ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์”
วลีหนึ่งของ รศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างเล่าเรื่อง “วัฒนธรรมหนังสือในอุษาคเนย์” ในการประชุมวิชาการประจำปี 2556 จัดโดยสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (ทีเคพาร์ค) ที่สะท้อนถึงความสำคัญของการอ่านที่มากกว่าเนื้อหาสาระจากตัวอักษร
โดยเฉพาะเมื่ออุษาคเนย์หรืออาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคมเดียวกันในปี 2558 จึงเป็นเรื่องของประชาชนทุกคนที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อนบ้านมากขึ้น
ถึงเวลาที่เราต้องถามตัวเองว่าเข้าใจความเป็นมนุษย์ของเพื่อนบ้านในอาเซียนมากแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาเรามักมองเป็นศัตรูจากความขื่นขมทางประวัติศาสตร์ ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนและผลประโยชน์เชิงทรัพยากรมากกว่าคำนึงถึงมิติความเป็นมนุษย์
หนังสือ คือประตูสู่ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ เพราะเนื้อหาในหนังสือไม่ได้ให้แค่สาระ แต่ยังมีบริบทที่แทรกมิติความเป็นมนุษย์ของสังคมนั้นๆ เอาไว้ด้วย
อาจารย์สุเนตร หยิบยกนวนิยายกัมพูชาเรื่อง มาลาดวงจิต ของ “นู หาจ” นักประพันธ์ชื่อดัง ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มกัมพูชาและสาวไทย ภายใต้ฉากสงครามมหาเอเชียบูรพา โดยเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งความคิดของตัวละครได้สะท้อนถึงทัศนคติและค่านิยมที่ชาวกัมพูชามีต่อชาวไทยและความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ
อีกเรื่องหนึ่งคือวรรณกรรมเวียดนาม “ขอตั๋วหนึ่งใบกลับไปสู่วัยเด็ก” ของ “เหงวียน เหญิต อั๋นห์” ที่การันตีด้วยรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือซีไรต์ ของประเทศเวียดนาม ปี 2553
หนังสือเรื่องนี้สะท้อนสังคมร่วมสมัยของเวียดนาม ผ่านเรื่องราวของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ย้อนความทรงจำไปในวัย 8 ขวบของตนเอง ซึ่งทำให้เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเด็กมากขึ้น ขณะที่บริบทของหนังสือนำพาสู่ความเข้าใจถึงภูมิหลังทางสังคมที่หนังสือถูกผลิตขึ้นในมิติที่ลุ่มลึกขึ้น
โดยเวียดนามหลังยุคสงครามมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จนถึงยุคปัจจุบันคนเวียดนามไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่อ่านหนังสือกันตลอดเวลา หนังสือมีราคาถูก ร้านหนังสือมากมาย รวมถึงห้องสมุดประชาชน ซึ่งการเรียนเป็นวิธีที่จะช่วยยกระดับชีวิต
น่าสนใจว่าหนังสือทำให้ผู้อ่านได้เปิดประตูสู่ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เราจึงต้องศึกษาบริบทขอหนังสือไปด้วย
อุษาคเนย์มีสื่อผ่านความรู้ในรูปแบบของเรื่องเล่า ตำนาน นิทาน การแสดง การขับลำนำ และในรูปแบบลายลักษณ์อักษร ซึ่งมีทั้งศิลาจารึก คัมภีร์ คาถา ไตรภูมิ ตำราโหราศาสตร์ ที่มักจำกัดอยู่ในกลุ่มคนที่มีการศึกษา ขณะที่เทคโนโลยีการพิมพ์เปลี่ยนโลกอุษาคเนย์ไปจากเดิม ทำให้เกิดวัฒนธรรมหนังสือในรูปแบบใหม่ขึ้นมา
การจะทำความรู้จักเพื่อนบ้านต้องเริ่มศึกษาด้วยตัวเอง โดยหาหนังสือที่ผู้เชี่ยวชาญแปลผ่านภาษาต้นฉบับ หรือวรรณกรรมซีไรต์ของเพื่อนบ้านฉบับภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ สำนักพิมพ์ต่างๆ ก็พิมพ์หนังสือเกี่ยวกับเพื่อนบ้านมากมาย
โดยเฉพาะในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 41 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 29 มี.ค.-8 เม.ย.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็น่าจะมีหนังสือเกี่ยวกับอาเซียนในมิติต่างๆ มากมายรอให้คนไทยเปิดอ่านเพื่อนบ้าน







