
รายย่อยสเปนอิตาลีส่อเจ๊ง
แบงก์ปล่อยกู้ยากเหตุหนี้เสียพุ่งกระฉูดแถมรัฐบาลเล็งรัดเข็มขัดซ้ำอีกปีนี้
แบงก์ปล่อยกู้ยากเหตุหนี้เสียพุ่งกระฉูดแถมรัฐบาลเล็งรัดเข็มขัดซ้ำอีกปีนี้
ธุรกิจรายย่อยในอิตาลีและสเปนย่ำแย่ ภาคธนาคารเจอหนี้เน่าสะสมอื้อ
รอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศอิตาลีและสเปนที่กำลังตกอยู่ในสภาวะล้มละลายมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งกำลังจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของทั้งสองประเทศอย่างรุนแรง และทำให้ปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเงินในภูมิภาคยุโรปแย่ลงอีก เนื่องจากภาคธนาคารของทั้งสองประเทศต้องมีหนี้เสียในระบบเพิ่มขึ้นอีก
“แอกเซอร์” บริษัทวิจัยทางการเงิน เปิดเผยว่า มีบริษัทประมาณ 1,000 แห่ง ตกอยู่ในสภาวะล้มละลายทุกๆ เดือน และกว่า 7.4% ของเงินกู้ทั้งหมดในเดือน ม.ค.ปีนี้ กลายเป็นหนี้เสียที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งถือเป็นปริมาณที่มากที่สุดในรอบ 13 ปี ของอิตาลี และสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยูโรโซน โดยปริมาณหนี้เสียในเยอรมนีมีเพียง 3%
ขณะที่สเปนนั้น 1 ใน 10 ของเงินกู้ทั้งหมดยังคงค้างชำระหนี้เกินกำหนดมากกว่า 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ ในช่วงเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา และในช่วงเดือน ก.พ. มีจำนวนบริษัทที่ขอพักการชำระหนี้มากถึง 1,000 แห่ง มากกว่าปีก่อนถึง 82% และมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551
ทั้งนี้ ภาคธนาคารของทั้งสเปนและอิตาลีกำลังประสบปัญหากับสภาพคล่องอย่างรุนแรง โดยธนาคารรายใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรกในสเปนนั้น มีผลกำไรลดต่ำลง 60% ในช่วงปี 2555 ขณะที่อิตาลี ธนาคารรายใหญ่ 2 อันดับแรก มีหนี้เสียรวมกันกว่า 1.4 หมื่นล้านยูโร ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทำให้ธนาคารพาณิชย์ในทั้งสองประเทศเข้มงวดกับการปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจมากขึ้น
“เราต้องเผชิญกับเงื่อนไขที่เข้มงวดมากขึ้นต่อไปอีกหลายปี และจะทำให้บรรดาบริษัทที่ขาดขีดความสามารถในการแข่งขันล้มละลายลงอีกจำนวนมาก” นักวิเคราะห์จากคีฟ บรูเยต แอนด์วูดส์ ธนาคารเพื่อการลงทุน กล่าว
นอกจากนี้ สภาวะดังกล่าวอาจมีแนวโน้มแย่ลงมากขึ้นไปอีก หลังจากที่รัฐบาลของอิตาลีและสเปนเตรียมที่จะใช้มาตรการรัดเข็มขัดทางการเงินในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศติดลบที่ 1.3% และ 1.5% ตามลำดับในปีนี้







