posttoday
ปล่อยลมฟองสบู่อสังหาฯที่กำลังร้อน

ปล่อยลมฟองสบู่อสังหาฯที่กำลังร้อน

29 มีนาคม 2556

ในอาทิตย์ที่ผ่านมา “หุ้นตกหนัก 2 วันติดต่อกัน” ก็ต้องขอบคุณวิกฤตที่ไซปรัส ประเทศเล็กๆ ที่อยู่ในสหภาพยุโรป (อียู) รัฐบาลมีหนี้มหาศาลจากขบวนการการเมืองและประชานิยม และไซปรัสเป็นที่ฝากเงินของเศรษฐีใหม่ เงินร้อนๆ จากรัสเซีย จะขอกู้เงินจากธนาคารกลางอียูก็ต้องเก็บภาษีจากเศรษฐีเงินฝาก ถ้าไม่ยอมก็ต้องปล่อยให้ธนาคารเบอร์ 2 เจ๊ง เกิดปัญหาความศรัทธาจากการบริหารการเงินของประเทศ คนก็จะถอนเงินจากธนาคารจนเกิดโรคที่ธนาคารกลัวมาก คือ “Bank Run”

ในอาทิตย์ที่ผ่านมา “หุ้นตกหนัก 2 วันติดต่อกัน” ก็ต้องขอบคุณวิกฤตที่ไซปรัส ประเทศเล็กๆ ที่อยู่ในสหภาพยุโรป (อียู) รัฐบาลมีหนี้มหาศาลจากขบวนการการเมืองและประชานิยม และไซปรัสเป็นที่ฝากเงินของเศรษฐีใหม่ เงินร้อนๆ จากรัสเซีย จะขอกู้เงินจากธนาคารกลางอียูก็ต้องเก็บภาษีจากเศรษฐีเงินฝาก ถ้าไม่ยอมก็ต้องปล่อยให้ธนาคารเบอร์ 2 เจ๊ง เกิดปัญหาความศรัทธาจากการบริหารการเงินของประเทศ คนก็จะถอนเงินจากธนาคารจนเกิดโรคที่ธนาคารกลัวมาก คือ “Bank Run”

“ตลาดหุ้น” นักเศรษฐ ศาสตร์สังคมอธิบายว่า เป็น “ตลาดลูกโป่ง ไม่มีผลผลิตเชิงสร้างสรรค์” ไม่มีเรียลเซ็กเตอร์สร้างงาน สร้างผลผลิต เป็น “ตลาดมุ่งกำไรทางอ้อม” เป็น “ตลาดด้านจิตวิทยา” ใช้อารมณ์ในการค้าและลงทุนระยะสั้น ระยะกลางเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ตลาดหุ้นจะขึ้นหรือลงมิใช่อยู่ที่ฐานของบริษัท แต่อยู่ด้วย “อารมณ์กลัว” หรือ “อารมณ์ดีใจ” ดังเช่นหุ้นไทย ที่ผ่านมา หุ้นขึ้นเพราะอารมณ์บวก และเก็งกำไรสั้น และหุ้นตกเพราะอารมณ์กลัวระยะสั้น จากสถานการณ์ไซปรัส ซึ่งไกลจากไทยมาก นักวิเคราะห์บางคนก็ให้ความเห็นว่า หุ้นขึ้น เพราะพื้นฐานดี แต่จากข้อมูลที่ผ่านมา หุ้นไทยแสดงผลกำไรที่เรียกว่า P/E Ratio สูงเป็น 3040% บางตัว 100% จากฐานบริหารเดิม "ราคาก็ลอยตัวเกินเหตุ เกิดจากอารมณ์เก็งกำไร และไม่มีหุ้นไหนที่ราคาจะลอยสูงขึ้นๆ โดยไม่ตก ไม่มี" ขึ้นแรง ตกแรง ขึ้นเร็ว ตกเร็ว เข้าสู่ความสมดุลเสมอ

ปลายเดือน มี.ค.ต่อ เม.ย. กำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ร้อนนี้ก็จะร้อนจาก “เงินร้อน” “หุ้นร้อน” และกำลังเคลื่อนไปสู่อสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรง โดยเฉพาะอสังหาฯ เมืองไทยที่ทุกบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือว่าเป็นรายใหญ่ ขาใหญ่ ยักษ์ใหญ่ บางบริษัท รายรับ และกำไร สูงกว่าบริษัทขนาดเล็กหลายเท่า ยักษ์อสังหาฯ กำลังลงมากวาดบริษัทกลางเล็ก คือ เอสเอ็มอีอสังหาฯ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จนน่ากลัว โชห่วยอสังหาฯ ท้องถิ่นกำลังตั้งป้อมต่อสู้ และถูกวิพากษ์ว่ารัฐช่วยพวกเจ้าใหญ่ ยกเว้นภาษี กู้ธนาคารก็ดอกเบี้ยต่ำ เอสเอ็มอีอสังหาฯ ภาษีก็สูงเต็มพิกัด กู้ก็แพง ไหนว่ารัฐบาลจะสนับสนุนเอสเอ็มอี ซึ่งจะเป็นรากฐานของธุรกิจ เวลาปฏิบัติกลับไม่ทำ

เป็นที่คาดกันว่า เมื่อระบบธนาคาร เช่น ไซปรัส ประเทศเล็กๆ ที่พักร้อนของเงินร้อน จากธุรกิจสีเทาทั้งหลาย รวมทั้งเกาะคีย์แมน (Keyman) กำลังสั่นคลอน ก็รีบถอนจากเงินฝากกลับมาเป็น “เงินร้อน” เข้าสู่เฮดจ์ฟันด์ เช่น ของนายโซรอส มาบินว่อน เล่นหุ้นในประเทศกำลังพัฒนาอย่างเช่นไทยอีกรอบ ดังนั้น หุ้นตก เพราะไซปรัส แต่อาจจะขึ้นเพราะ “เงินร้อน” จากระบบแบงก์เข้ามาปั่นอีกรอบเป็นแน่

ที่ต้องเริ่มที่ “เงินร้อน” และ “หุ้นเก็งกำไร” เพราะเงินก็จะส่งมาสู่ “ภาคอสังหาฯ ที่ร้อนแรง” เหมือนกันทั่วโลก อสังหาฯ ไทยก็ได้เห็น “ซัพพลาย” เกิน “ดีมานด์” คนซื้อบ้านและคอนโด มิเนียมหลังแรกไม่เกิน 50% ที่เหลือซื้อลงทุนปล่อยเช่ากันคนละ 234 หลัง ที่เก็งกำไรขายใบจอง และขายต่อใน 1 ปี มีอีกประมาณ 20% รวมทั้งภาคอสังหาฯ ก็กำลังลอยเหนือความเป็นจริง ที่เรียกว่า “Over Pricing” เช่น คอนโด ตร.ม.ละ 2 แสนบาท นักการตลาดบอกว่าเป็นสินค้าของคนรวย แค่ไฮเอนด์ จะมีมากเท่าไรกัน

“พายุภายนอกกำลังพัดแรงเข้าประเทศ รัฐบาลต้องดูแลระบบบ้านเมือง การเงิน การคลังให้ดี” อย่าให้เหมือนปี 2540 ขณะนั้นรัฐบาล คลัง กับธนาคารแห่งประเทศไทยสามัคคีกันดีกว่านี้อีก ยิ่งมาทะเลาะกันเช่นขณะนี้ ประเทศจะเหลืออะไร รัชกาลที่ 6 ทรงประพันธ์เตือนสติพวกเราว่า "ความรักสามัคคี คือ ความมั่นคของประเทศ" อย่าเร่งการกระตุ้นเศรษฐกิจจนเกินไป รัฐบาลเดินสายกลางบ้างก็จะดี "ฟองสบู่ ยังไม่แตก" แต่ถ้าไม่ชอบคำว่าฟองสบู่ ก็จะเรียกว่า "ร้อนแรง แต่ยังไม่เดือด" เงินร้อนอีกระลอกนี้ น่ากลัวครับ ขอให้ประเทศไทยโชคดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท