
ผู้ซื้อรถคันแรก4หมื่นคนลุ้นระทึกคืนภาษีแสนบาท
คนซื้อรถคันแรก 4 หมื่นรายเคว้ง รอลุ้นขุนคลังหาเงินมาคืนภาษี
คนซื้อรถคันแรก 4 หมื่นรายเคว้ง รอลุ้นขุนคลังหาเงินมาคืนภาษี
รายงานข่าวจากกรมบัญชีกลาง ระบุว่า การจ่ายเงินภาษีคืนให้กับผู้มีสิทธิรถคันแรก ในงวดวันที่ 5 เม.ย. 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 4 หมื่นราย คิดเป็นเงินที่ต้องจ่ายคืนทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท อาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะขณะนี้กระทรวงการคลังมีเงินเหลือเพียง 392 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณในการจ่ายภาษีคืนไว้แค่ 7,250 ล้านบาท แต่ได้มีการจ่ายภาษีไปแล้ว 6,858 ล้านบาท
ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ให้กรมสรรพสามิตจัดส่งรายชื่อผู้ที่มีสิทธิได้ภาษีคืนมาให้ตามลำดับ แต่ต้องไม่เกินจำนวนเงินที่เหลืออยู่ เพราะหากแจ้งมาเกิน ระบบจะตีกลับทั้งหมดไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้ผู้ซื้อทั้งหมดทันที
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจ่ายเงินคืนรถคันแรกจะดำเนินการจ่ายคืนทุกวันที่ 5 ของทุกเดือน แต่สำหรับงวดเดือน เม.ย.นี้ หากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยังไม่มีการลงนามอนุมัติให้นำเงินคงคลังออกมาใช้ได้ ก็อาจจะต้องขยายเวลาของการจ่ายเงินออกไปเป็นรอบพิเศษอีกครั้งหนึ่ง อาจไม่ต้องรอจนถึงวันที่ 5 พ.ค. 2556 แต่จะทำให้ภาพลักษณ์ของรถคันแรกดูไม่ดี
นายมนัส แจ่มเวลา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า การใช้เงินคงคลังเพื่อมาจ่ายคืนผู้มีสิทธิรถคันแรก สามารถทำได้ตามมาตรา 7 (1) ของกฎหมายเงินคงคลัง ที่เมื่อโครงการใดที่งบประมาณตั้งไว้มีไม่เพียงพอ ให้นำเงินคงคลังออกมาจ่ายไปก่อนได้
อย่างไรก็ตาม การใช้เงินคงคลังจะต้องได้รับอนุญาตจาก รมว.คลัง เสียก่อน ซึ่งจะต้องมีการอนุมัติใช้เงินคงคลังเป็นลายลักษณ์อักษร กรมบัญชีกลางจึงจะสามารถนำเงินคงคลังมาจ่ายคืนรถคันแรกได้
ด้านนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง กล่าวว่า การจ่ายคืนเงินรถคันแรกไม่มีปัญหา แต่นายทนุศักดิ์ ก็ไม่ยืนยันว่า รอบการจ่ายเงินคืนในวันที่ 5 เม.ย. 2556 ผู้ได้สิทธิคืนภาษีจะได้คืนเงินทุกรายหรือไม่ การจ่ายเงินคืนผู้ซื้อรถเป็นเรื่องของ รมว.คลัง พิจารณาในภาพรวมว่า จะมีเงินส่วนไหนที่ยังไม่ใช้จ่าย ก็จะดึงเงินมาใช้ก่อน
ด้านนายกิตติรัตน์ กล่าวยอมรับว่า รัฐบาลคาดการณ์ผิด ไม่คิดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิรถคันแรกมากจนทำให้เป็นเงินที่ต้องคืนมากขนาดนี้ n







