posttoday
สั่งเคเบิล-ดาวเทียมส่งแผนเตือนภัยฉุกเฉิน

สั่งเคเบิล-ดาวเทียมส่งแผนเตือนภัยฉุกเฉิน

28 มีนาคม 2556

กสทช. เตือนเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม วิทยุ เร่งส่งแผนเตือนภัยประชาชนเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน

กสทช. เตือนเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม วิทยุ เร่งส่งแผนเตือนภัยประชาชนเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน

นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ สำนักงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ต้องการกระตุ้นให้สถานีโทรทัศน์ เคเบิลทีวี ทีวี ดาวเทียม และสถานีวิทยุทั่วประเทศ ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการ จาก กสทช. เร่งส่งแผนเพื่อรับมือกับภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ช่อง 3, 5, 7, 9, 11 และไทยพีบีเอส รวมถึงสถานีวิทยุส่วนใหญ่ได้ส่งแผนมาให้ กสทช.แล้ว แต่มีเพียง เคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมรายใหม่ที่เพิ่งได้รับใบอนุญาตในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ได้ทำแผน โดยตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติงานของผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ในกรณีภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน ต้องส่งแผนมาให้ กสทช.หลังได้รับใบอนุญาต 30 วัน แต่ กสทช.ได้ยืดหยุ่นมาให้ตลอด

น.อ. สอง เอกมหาชัย รน.ช่วยราชการตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มงานเตือนภัยและเผยแพร่ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินสามารถร่วมมือกับโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เพื่อออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ แจ้งเตือนไปยังประชาชนภายในเวลา 1-2 นาทีเท่านั้น ขณะเดียวกัน เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์แต่ละช่องที่จะรายการสถานการณ์ฉุกเฉินไปยังประชาชนทันทีและถือว่าระบบเตือนภัยของไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว

ขณะเดียวกัน ได้ติดตั้งกล่องพร้อมเตือนภัยแบบฉุกเฉินในสถานีโทรทัศน์ทุกแห่ง หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินใดๆ จะสามารถออกอากาศได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการพิจารณาของ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ แต่อำนาจในการสั่งตัดรายการที่กำลังออกอากาศอยู่นั้น จะต้องอยู่ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ต้องเป็นผู้ออกกฎหมายออกมารองรับ เพราะหากตัดรายการที่กำลังออกอากาศอยู่ อาจจะเกิดปัญหาถูกฟ้องร้องจากรายการตามมาได้

นางพิจิตรา สึคาโมโต้ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สื่อมีบทบาทสำคัญมากกับการเกิดภัยพิบัติ ทั้ง ก่อนเกิด ระหว่างเกิด และหลังเกิดเหตุการณ์ เพราะทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแจ้งเตือนกับประชาชน เพื่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด ขณะเดียวกันภาครัฐก็ต้องทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้มีระบบการแจ้งเตือนภัยในด้านต่างๆ ที่ดีสุดแก่ประชาชน

สำหรับประเทศที่มีระบบการแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนที่มีประสิทธิภาพ เช่น ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเกิดภัยพิบัติ สถานีโทรทัศน์จะตัดภาพทันทีและรายงานเป็นภาพกราฟฟิคพื้นที่เกิดเหตุแก่ประชาชน ส่วนโทรศัพท์มือถือก็มีระบบแจ้งเตือนไปยังประชาชนด้วย ซึ่งเป็นเสียงเตือนแบบพิเศษ ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีการแจ้งเตือนดังกล่าว จึงต้องหน้าที่ของหน่วยงานที่กำกับดูแลต้องทำระบบดังกล่าว เพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท