
กระทุ้งซบเพื่อนบ้านพึ่งลูกจ้างจีเอสพี
กระตุ้นผู้ประกอบการยกระดับสินค้าบริการ หันซบเพื่อนบ้านพึ่งแรงงานสิทธิจีเอสพี
กระตุ้นผู้ประกอบการยกระดับสินค้าบริการ หันซบเพื่อนบ้านพึ่งแรงงานสิทธิจีเอสพี
นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย กล่าวในงานสัมมนา “ปักธงธุรกิจไทยในต่างประเทศ? ข้อเท็จจริง ข้อเสนอแนะ” ว่า อุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้นของไทยมาถึงจุดที่ต้องหาทางเลือก เพราะข้อจำกัดต่างๆ ทั้งเรื่องจำนวนแรงงาน การถูกตัดสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี) ทำให้การขยายอุตสาหกรรมแบบใช้แรงงานเข้มข้น ที่ผลิตของโหลแบบไม่มียี่ห้อ อยู่บนหนทางที่ค่อนข้างตีบตัน
ทั้งนี้ ประกอบกับแรงกดดันที่ชาติตะวันตกและญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ คนตกงานมากขึ้น จึงส่งผลทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ทำให้ทางเลือกสำหรับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นมีน้อยลง
ทางเลือกที่เหลือ คือ การยกระดับห่วงโซ่คุณค่า โดยหันมาเน้นคุณภาพ แทนที่จะผลิตของโหลแบบเดิม เปลี่ยนจากผลิตสินค้าแบรนด์คนอื่น มาสร้างแบรนด์ตัวเอง ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชนชั้นกลางที่รายได้สูงขึ้น
เมื่อรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนที่จะมีประชากรรวมกัน 600 ล้านคน เมื่อบวกกับจีนตอนใต้และอินเดียตะวันออกจะมากถึง 1,000 ล้านคน ซึ่งกลุ่มคนชั้นกลางจะเป็นผู้บริโภคแห่งอนาคต และมีความต้องการเปลี่ยนไปจากเดิม บริษัทจึงต้องผลิตสินค้าและบริการที่ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใคร เป็นที่ต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์จึงจะอยู่รอด
หากยังต้องการผลิตสินค้าในปริมาณมากๆ ภาคการผลิตจะต้องย้ายไปเพื่อนบ้านที่มีปัจจัยเอื้อต่อด้านการผลิต เช่น ค่าจ้างถูกกว่า ยังได้รับสิทธิจีเอสพี ทั้งยังต้องคิดใหม่ว่าจะขายสินค้าเหล่านี้ไปที่ไหน เพราะความต้องการในตลาดตะวันตกจะไม่สูงเหมือนเดิม อาจต้องไปตลาดอื่นๆ เช่น อาเซียน อินเดีย จีน รวมถึงแอฟริกา
สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หากต้องการเติบโต มี 2 ทางเลือก คือ 1.ขยายการลงทุนไปเพื่อนบ้าน และส่งสินค้าไปขายในตลาดที่ยังได้สิทธิจีเอสพี โดยต้องเลือกหุ้นส่วนที่เหมาะสมเพื่อตั้งโรงงานหรือธุรกิจ และ 2.ปรับสินค้าบริการ ที่ขายในไทยให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ในเพื่อนบ้าน โดยต้องทำวิจัยให้รู้รสนิยมของคนท้องถิ่น







