
PTTGC หุ้นเด่นกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมี
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงแรงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หุ้นในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีกลับมามีโอกาสทำกำไรในระดับ 21–33% ส่งผลให้นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคิน มองว่าเป็นจังหวะดีในการเข้าซื้อสะสมหุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บริษัท ไทยออยล์ (TOP) และบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) จากที่มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2556 ที่จะได้รับอานิสงส์จากค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ปรับสูงขึ้น
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงแรงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หุ้นในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีกลับมามีโอกาสทำกำไรในระดับ 21–33% ส่งผลให้นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคิน มองว่าเป็นจังหวะดีในการเข้าซื้อสะสมหุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บริษัท ไทยออยล์ (TOP) และบริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) จากที่มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2556 ที่จะได้รับอานิสงส์จากค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ปรับสูงขึ้น
“เราเลือก PTTGC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม เนื่องจากเป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเม็ดพลาสติก”
ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ไตรมาสแรกปี 2556 นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ปรับเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มต้นน้ำและปลายน้ำ (PTTGC และ IRPC ได้ประโยชน์)
ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก
ประการแรก แรงผลักดันของราคาน้ำมัน
ประการที่สอง การฟื้นตัวของความต้องการ และประการที่สาม วัตถุดิบการผลิตที่ลดลงจากผลของโรงกลั่นที่ลดกำลังการกลั่น ทำให้ปัจจุบันส่วนต่างราคาเอทิลีนและผลิตภัณฑ์ปลายน้ำในกลุ่ม HDPE ปรับตัวเพิ่มขึ้น 31% และ 18% ตามลำดับ จากไตรมาส 4 ปี 2555
“เรามองว่า PTTGC จะได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตราว 80% มาจากก๊าซทำให้ได้รับผลกระทบจากการปรับของราคาวัตถุดิบน้อยกว่าผู้ผลิตปิโตรเคมีจากนาฟทา (อ้างอิงราคาน้ำมัน) รวมทั้งกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์มีสัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (อีบิตดา) ในปี 2555 ที่ผ่านมากว่า 58%”
ทั้งนี้ ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อค่าการกลั่นในปี 2556 “เราเชื่อว่าแนวโน้มค่าการกลั่นในปี 2556 จะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น ปัจจัยบวกมาจากกำลังการกลั่นที่คาดว่าจะลดลง จากแผนหยุดซ่อมโรงกลั่นตามแผนจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงเดือน มี.ค.–พ.ค. ที่มีการคาดหมายว่าจะมีกำลังการกลั่นเฉลี่ยต่อวันลดลงไปจากการหยุดซ่อมตามแผนกว่า 3 ล้านบาร์เรล (คิดเป็น 4.8% ของกำลังการกลั่นในภูมิภาค)”
นอกจากนั้นญี่ปุ่นมีแผนการลดกำลังการกลั่นของโรงกลั่นที่มีสัดส่วนแครกเกอร์ต่ำ จะยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้มั่นใจว่าค่าการกลั่นปี 2556 ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ระยะสั้นเชื่อว่าผลประกอบการกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นในไตรมาสแรกปี 2556 ยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากค่าการกลั่นในไตรมาสแรก ปี 2556 ยังคงปรับเพิ่ม จากความต้องการสินค้าในกลุ่ม Heating Oil ตามฤดูกาล ขณะที่ไตรมาส 2 ปี 2556 แม้จะเป็นช่วงนอกฤดูกาลของการใช้น้ำมัน แต่กำลังการกลั่นที่ลดลงตามแผนการหยุดซ่อมของโรงกลั่นในภูมิภาค จะทำให้ค่าการกลั่นมีกรอบการปรับตัวลดลงที่จำกัดส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์อ่อนตัวระยะสั้น แต่เชื่อทั้งปี 2556 จะยังคงปรับเพิ่มขึ้น
แม้ว่าในระยะสั้นแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอะโรเมติกส์อ่อนตัวลง โดยเฉพาะหลังเทศกาลตรุษจีน ทำให้อัตรากำไรส่วนต่างของพาราไซลีนและเบนซีน ในเดือน มี.ค. ปรับตัวลดลง 14% และ2% ตามลำดับ จากเดือน ก.พ.
อย่างไรก็ตาม จากการรับฟังข้อมูลจากผู้บริหารของบริษัท ไทยออยล์ (TOP) และ PTTGC ในการประชุมนักวิเคราะห์ครั้งล่าสุด ยังเชื่อว่าความต้องการในปี 25552559 จะเติบโตในระดับเฉลี่ย 7% ต่อปีได้ ทำให้ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจอะโรเมติกส์ เนื่องจากประการแรก การหยุดซ่อมโรงงานอะโรเมติกส์ตามแผนระหว่างเดือน ม.ค.–พ.ค. 2556 กำลังการผลิต 6 แสนตัน
ประการที่สอง ความต้องการจากกลุ่มปิโตรเคมีขั้นปลายที่ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอะโรเมติกส์เป็นวัตถุดิบในการผลิต ซึ่งที่ผ่านมามีการเพิ่มกำลังการผลิตอย่างมากโดยเฉพาะโรงงาน PTA ใหม่ในประเทศจีน สัดส่วนรายได้จากกลุ่มอะโรเมติกส์ต่อ อีบิตดาของ TOP และ PTTGC ในปี 2555 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 25% และ 16% ตามลำดับ
นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ยังให้น้ำหนักลงทุน PTTGC ปกติ และให้ราคาเป้าหมายหุ้นละ 76 บาท ในมูลค่ากิจการต่ออีบิตดา 6.8 เท่า ด้วยงบการเงินที่แข็งแกร่งและโรงปิโตรเคมีขนาดใหญ่ครบวงจร
อัตราเติบโตกำไรของ PTTGC ถูกจำกัดด้วย ไม่มีการขยายกำลังการผลิต และอัตรากำไรที่มั่นคงและราคาน้ำมันที่ไม่ปรับตัวขึ้น







