posttoday
เงินบาทฮอตในเออีซี

เงินบาทฮอตในเออีซี

28 มีนาคม 2556

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ภาวะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีต่อเนื่อง ทำให้ความน่าเชื่อถือในค่าเงินบาทของกลุ่มประเทศอาเซียนมีมากขึ้น เราสามารถถือเงินบาทเข้าไปซื้อสินค้าในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา พม่า และมาเลเซียได้ โดยไม่ต้องแลกเงินเป็นสกุลท้องถิ่นหรือเงินเหรียญสหรัฐก่อนจึงไปแลกเป็นเงินท้องถิ่น แถมความอยากใช้ธนบัตรสกุลเงินบาทก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกด้วย

นพพร ประโมจนีย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่า หลังจากการเปิดการค้าเสรีของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ความต้องการถือธนบัตรเงินบาทจะเพิ่มขึ้น การค้าขายตามแนวชายแดนจะคึกคัก ทำให้ความต้องการใช้ธนบัตรไทยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

“ธนบัตรเงินบาทถือเป็นธนบัตรที่คนค้าขายในแถบนี้นิยมถือครองมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเงินบาทมีความน่าเชื่อถือ มีความมั่นคงตามภาวะเศรษฐกิจไทย นอกจากเงินดอลลาร์สิงคโปร์ ริงกิตมาเลเซียแล้ว เงินบาทถือว่ามีความน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ” นพพร กล่าว

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ ธปท.เป็นห่วงคือ จะต้องระมัดระวังการปลอมแปลงธนบัตร จะมีการนำธนบัตรปลอมมาใช้ในแถบชายแดนที่มีการค้าขยายตัวดีมาก ประชาชนหรือผู้ประกอบการต้องระวังและตรวจสอบธนบัตรปลอมให้ดี แม้ว่าเทคโนโลยีการผลิตธนบัตรของไทยจะป้องกันการปลอมได้ดีขึ้น แต่ก็ควรสังเกต พลิก ส่อง ธนบัตรให้ดีก่อนรับมาใช้

จากการตรวจสอบธนบัตรปลอมในปัจจุบัน พบว่าการปลอมแปลงธนบัตรต่อปริมาณธนบัตรหมุนเวียนออกใช้ไม่ได้เพิ่มขึ้น โดยการปลอมแปลงยังทรงตัวอยู่ที่ 2 ฉบับต่อ 1 ล้านฉบับที่ออกใช้หมุนเวียน ซึ่งชนิดราคาที่มีการปลอมแปลงมากที่สุด คือ ธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท เนื่องจากมูลค่าสูง แต่การนำธนบัตรปลอมชนิด 1,000 บาท ออกมาใช้จะยาก เพราะประชาชนระมัดระวังมาก ทำให้ช่วงหลังมีการหันไปปลอมธนบัตรชนิดราคา 50 บาทแทน เพราะมูลค่าต่ำกว่า คนไม่ทันระวัง แต่ในช่วงหลังๆ มีการจับกุมและป้องปรามมากขึ้น ทำให้การปลอมธนบัตรชนิดราคา 50 บาท ก็ลดลงแล้วเช่นกัน

“ตอนนี้การปลอมแปลงธนบัตรไม่น่าห่วงมากนัก เพราะปริมาณการปลอมธนบัตรไม่ได้เพิ่มขึ้น ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 2 ฉบับต่อ 1 ล้านฉบับที่ออกหมุนเวียนใช้ ถือว่ามีอัตราการปลอมแปลงต่ำมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล” นายนพพรกล่าว

สวนส่วนความต้องการใช้ธนบัตรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามความต้องการจับจ่ายใช้สอยในประเทศที่ดีขึ้น โดยในแต่ละปี ธปท.ต้องผลิตธนบัตรเพิ่มประมาณ 78% ของปริมาณธนบัตรที่ออกใช้หมุนเวียน ซึ่งเป็นการขยายตัวตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทย

สำหรับการจัดพิมพ์ธนบัตรมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 1.2 บาทต่อฉบับ มีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 0.8 สตางค์ต่อฉบับ ในแต่ละปีโรงพิมพ์ ธปท. จะพิมพ์ธนบัตรได้ประมาณ 12 ล้านฉบับต่อปี เพื่อทดแทนธนบัตรเก่าที่ชำรุด เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มตามเศรษฐกิจและเพื่อสำรองไว้ในกรณีต่างๆ

อย่างไรก็ดี อัตราธนบัตรเสียในการพิมพ์ต่ำมากประมาณ 1.5% ต่อปริมาณกระดาษที่ใช้พิมพ์ได้ สำหรับธนบัตรชนิดราคาสูงอย่างธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาท และชนิดราคา 500 บาท ส่วนชนิดราคาต่ำมีอัตราการพิมพ์เสียประมาณ 1.1% เท่านั้น ซึ่งธนบัตรชนิดราคาสูงมีอัตราเสียมากกว่า เพราะพิมพ์สองด้านทำให้โอกาสพิมพ์เสียมีเปอร์เซ็นต์มากกว่า แต่ชนิดราคาต่ำพิมพ์เสียน้อยเพราะพิมพ์ด้านเดียว

นายนพพร กล่าวว่า ในระยะต่อไปที่จะมีการเปิดเออีซีความต้อกงารถือธนบัตรเงินบาทจะพิ่มขึ้น เพราะในแถบเออีซีประเทศเพื่อบ้านจะมีการค้าขายตามแนวชายแดนมากขึ้น ทำให้มีความต้องการใช้ธนบัตรไทยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และธนบัตรเงินบาทถือเป็นธนบัตรที่คนค้าขายในแถบนี้นิยมถือครองมากขึ้นอย่างตอ่เนื่อง เพราะเงินบาทมีความน่าเชื่อถือ มีความมั่นคงตามภาวะเศรษฐกิจไทย โดยนอกจากเงินดอลลาร์สิงคโปร์ ริงกิตมาเลเซียแล้ว เงินบาทถือว่ามีความน่าเชื่อถือมาก บวกกับการค้าชายแดนก็เติบโตดี แถมแนวโน้มน่าเชื่อถือเงินบาทก็มีมากขึ้นเรื่องๆ ในวงการค้าชายแดนในกลุ่มเออีซี ฉะนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าในระยะต่อไปความต้องการใช้หรือถือครองธนบัตรเงินบาทน่าจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งธปท.เองก็ต้องเตรียมเพิ่มการผลิตธนบัตรไว้รองรับในส่วนนี้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ จะต้องระมัดระวังการปลอมแปลงธนบัตรมาใช้ในแถบชายแดนที่มีการค้าขยายตัวดีมากขึ้นด้วย เพราะยิ่งความต้องการถือธนบัตรเงินบาทสูงขึ้น การค้าเติบโต โอกาสที่จะมีการปลอมแปลงธนบัตรปลอมยิ่งมากขึ้นเช่นกัน ประชาชนหรือผู้ประการค้าต้องระวังและตรวจสอบธนบัตรปลอมให้ดี แม้ว่าเทคโนโยยีการผลิตธนบัตรของไทยจะป้องกันการปลอมได้ดีขึ้น แต่ก็ควรสังเกตุ พลิก ส่อง ธนบัตรให้ดีก่อนรับและจ่าย

ปัจจุบันโรงพิมพ์ธนบัตร ธปท. มีการทยอยเพิ่มธนบัตรชนิดใหม่ออกหมุนเวียนใช้ธนบัตรรุ่นเก่าเรื่อยๆ โดยก่อนหน้านี้มีการนำธนบัตรชนิดราคา 50 บาท ที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่ป้องกันการปลอมแปลงสูงออกใช้ไปก่อนแล้ว ล่าสุดเตรียมนำธนบัตรชนิดราคา 20 บาท แบบใหม่ออกใช้หมุนเวียนแทนแบบเดิม โดยจะนำออกจ่ายแลกให้ประชาชนผ่านสาขาธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งทั่วประเทศในวันที่ 1 เม.ย.ที่จะถึงนี้ โดยธนบัตรรุ่นใหม่นี้ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้มีรูปลักษณ์ที่มีความสวยงาม ทันสมัย มีความเป็นสากลมากขึ้น

ที่สำคัญ ธปท. ได้นำเทคโนโลยีต่อต้านการปลอมแปลงแบบใหม่มาใช้ เพื่อให้ประชาชน คนตาบอด รวมทั้งการตรวจสอบด้วยเครื่องจักรนับคัดธนบัตรและเครื่องรับธนบัตรอัตโนมัติของระบบธนาคารพาณิชย์สามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น โดยธนบัตรรุ่นใหม่นี้มีสัญลักษณ์ให้คนตาบอดสัมผัสได้ง่าย เพราะมีอักษรเบรลล์เป็นรูปดอกไม้สีเขียวเข้มในแนวตั้ง 2 ดอก มาจากตัวเลข “2” ในอักษรเบรลล์ ซึ่งในปัจจุบันธนบัตรชนิดราคา 20 บาท มีหมุนเวียนอยู่ในระบบประมาณ 1,400 ล้านฉบับ หรือประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท

สำหรับธนบัตรรูปแบบใหม่ที่มีเทคโนโลยีป้องกันการปลอมแปลงนั้น ในระยะต่อไป ธปท.จะทยอยพิมพ์ธนบัตรชนิดราคาต่างๆ ออกใช้เพิ่มเติมเพื่อทดแทนธนบัตรรุ่นเก่าในแต่ละชนิดธนบัตรไปเรื่อยๆ ปีละ 1 ชนิดราคา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท