
หวั่นคนแข่งหาเงินทิ้งบ้าน
แนะชุมชนรวมตัวดูแลครอบครัวกันและกันเสนอยืดอายุเกษียณเป็น 65 ปี
แนะชุมชนรวมตัวดูแลครอบครัวกันและกันเสนอยืดอายุเกษียณเป็น 65 ปี
นักวิชาการหวั่นอาเซียนบีบคั้น กระตุ้นวัยแรงงานแข่งหาเงิน ผุดปัญหาครอบครัวเพิ่ม
นางนาถฤดี เด่นดวง รองศาสตราจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เมื่อรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ภาวะเศรษฐกิจจะบีบคั้นให้วัยแรงงานต้องออกไปทำงานหาเงินแข่งขันทางเศรษฐกิจมากขึ้น วัยแรงงานซึ่งถือเป็นกำลังหลักของครอบครัวจึงต้องทิ้งผู้สูงอายุและเด็กไว้ที่บ้าน แล้วออกไปทำงานในเมืองหรือต่างประเทศ ผู้สูงอายุ วัยแรงงาน และเด็ก ทั้งหมดถูกแยกจากกัน สังคมไทยจะยิ่งเกิดปัญหาครอบครัวพลัดพราก หรือครอบครัวแหว่งกลางหนักขึ้น
นอกจากนี้ สังคมไทยกำลังเข้าสู่สภาวะครอบครัวผู้สูงอายุ เพราะจำนวนผู้สูงอายุเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการแต่งงานใหม่และอัตราการเกิดลดลง เมื่ออายุเพิ่มขึ้นก็เกิดโรคเรื้อรัง ปัญหาที่ตามมาคือหากผู้สูงอายุเป็นอะไรไปก็จะไม่มีผู้ดูแล
การแก้ปัญหาเบื้องต้น ควรเกิดจากภาคชุมชน ปัจจุบันชุมชนส่วนหนึ่งใส่ใจกันน้อยลง แต่ละชุมชนมีแต่ครอบครัวเดี่ยว นับจากนี้ทุกคนต้องหันกลับมาใส่ใจกันเองมากขึ้น ใครที่ไม่ต้องแยกจากครอบครัวก็ต้องมาช่วยเหลือดูแลคนในชุมชน เพื่อให้สภาพสังคมดีขึ้นด้วย
ด้านนายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยก้าวสู่ยุคครอบครัวผู้สูงอายุแล้ว โดยมีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า 10% จากสถิติพบว่าหญิงไทย 1 คน ให้กำเนิดบุตรหรือธิดาเฉลี่ยเพียงแค่ 1.6 คน ทั้งที่ค่าเฉลี่ยควรจะอยู่ที่ 2 แต่ไม่ถึง 3 คน นอกจากนี้ 1 ใน 8 ของเด็กที่เกิดมา ยังเกิดจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อม หากปล่อยเป็นเช่นนี้ต่อไป วัยแรงงานที่จะเป็นกลุ่มหาเลี้ยงครอบครัวจะลดลง และอีก 20 ปี โครงสร้างประชากรไทยจะมีแต่ผู้สูงอายุ
“โครงสร้างครอบครัวผู้สูงอายุ ทำให้วัยแรงงานต้องยิ่งทำงานหนัก เพราะต้องหาเงินเลี้ยงดูทั้งผู้สูงอายุและเด็กในครอบครัว ขณะที่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะยิ่งทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น เมื่อก่อนเรารณรงค์วางแผนครอบครัว ใช้คำว่ามีลูกมากจะยากจน แต่ตอนนี้เราต้องรณรงค์ให้ผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไปที่มีความพร้อม เริ่มมีลูกได้แล้ว เพราะไทยกำลังเข้าสู่ยุคมีลูกน้อย จะพลอยจน”
ขณะเดียวกัน พม.จะเร่งหามาตรการสร้างครอบครัวไทยให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น และอาจมีการเสนอมาตรการขยายช่วงเกษียณอายุจาก 60 ปี เพิ่มเป็น 65 ปี เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุมีความสามารถในการช่วยเหลือเลี้ยงดูครอบครัวและตัวเองด้วย โดยช่วงแรกอาจเป็นเพียงการทดลองให้ผู้สูงอายุขยายช่วงเกษียณเองตามความสมัครใจ แต่หากดำเนินการแล้วประสบผลสำเร็จ อาจมีการออกกฎหมายบังคับตามมา







