
เยนอ่อน...ทำฝนตกไม่ทั่วฟ้าเอสเอ็มอีก้มหน้ารับต้นทุนพุ่ง
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว พร้อมกับประกาศจะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจตามแนวทางเศรษฐกิจแบบ “อาเบะโนมิกส์” หรือการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนักด้วยการอัดฉีดทั้งมาตรการการคลังและการเงิน ก็ได้ส่งผลให้ค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงไปแล้วถึง 11% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจที่เน้นภาคการส่งออกเป็นหลัก ฟื้นตัวขึ้นกันอย่างคึกคัก
ล่าสุด ฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) คนใหม่ ก็เน้นย้ำชัดเจนว่าจะเร่งดำเนินนโยบายอัดฉีดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ตามที่ตั้งเป้าไว้ภายในระยะเวลา 2 ปี รวมไปถึงการเพิ่มปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้การส่งออกและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 ทว่าในส่วนของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการจ้างงานกว่า 90% ในประเทศนั้น กลับไม่ได้มองว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลดีต่อภาคธุรกิจรายย่อยทั้งหมด เนื่องจากกำลังทำให้เอสเอ็มอีหลายราย โดยเฉพาะในส่วนที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างชาติ ต้องเผชิญกับภาวะต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น
มิโนรุ ยามากูชิ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการของสมาคมธุรกิจสิ่งพิมพ์ญี่ปุ่น กล่าวว่า ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กำลังส่งผลให้ต้นทุนกระดาษที่นำมาใช้มีราคาแพงขึ้น ในขณะเดียวกันต้นทุนที่สูงขึ้นนั้นก็กำลังบีบคั้นให้ผู้ประกอบการต่างๆ ต้องหันมาปรับเพิ่มราคาขายสินค้าให้แพงขึ้นอีกด้วย
“ธุรกิจสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับกระดาษขึ้นอยู่กับเรื่องของพลังงานทั้งหมด เห็นได้จากไม่ว่าจะเป็นราคาฟืน หรือราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ก็จะผลักให้ราคากระดาษสูงขึ้นไปด้วย” ยามากูชิ กล่าวให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะวอลสตรีตเจอร์นัล
ทั้งนี้ นอกเหนือจากต้นทุนกระดาษที่เพิ่มขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการสิ่งพิมพ์ในญี่ปุ่น ก็ยังต้องเผชิญกับภาวะความต้องการสิ่งพิมพ์จากกระดาษในตลาดที่ลดลง เนื่องจากลูกค้าหันไปบริโภคสื่อในรูปแบบดิจิตอลมากขึ้น
ดังนั้น ภาวะดังกล่าวที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นความยากลำบากของผู้ประกอบกิจการสิ่งพิมพ์ ที่จะต้องตัดสินใจในขณะนี้ว่าจะขึ้นราคาหรือไม่ เพราะหากไม่เพิ่มก็จะขาดทุนจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่หากขยับราคาขึ้นก็จะทำให้ลูกค้าหันไปบริโภคสื่อรูปแบบดิจิตอลที่มีราคาถูกกว่ามากขึ้นแทน
ความเห็นของผู้อำนวยการฝ่ายจัดการของสมาคมสิ่งพิมพ์ญี่ปุ่น สอดคล้องกับทรรศนะของ มาโกโตะ เอนโดะ เลขาธิการสมาคมผู้นำเข้าไวน์แห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเปิดเผยถึงความเดือดร้อนที่ได้รับจากภาวะเงินเยนอ่อนค่าลงว่า กำลังทำให้ต้นทุนการนำเข้าพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้ ภาวะเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างหนักก็กำลังกลายเป็นแรงกดดันให้ผู้ประกอบการค้าไวน์กว่า 3-4 แห่ง ต้องเดินหน้าปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้น เนื่องจากสินค้าใกล้หมดสต๊อก ท่ามกลางความต้องการในตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นต้องนำเข้าพลังงานมากขึ้นหลังเกิดวิกฤตการณ์พลังงานนิวเคลียร์ ก็ยังฉุดให้ประเทศต้องขาดดุลการค้าต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ในเดือน ก.พ. ซึ่งอยู่ที่ 7.77 แสนล้านเยน (ราว 2.63 แสนล้านบาท)
การใช้นโยบายกดค่าเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชาติ จึงอาจกลายเป็นดาบสองคมที่สร้างผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจที่เป็นหัวใจอีกด้านอย่างไม่อาจคาดถึงเช่นกัน







