
บ้านกทม.ตอนเหนือคึกสายสีแดง-นิคมฯช่วยบูม
วังทองกรุ๊ป ชี้กรุงเทพฯ ตอนเหนือ ดีมานด์ที่อยู่อาศัยยังพุ่ง รับสายสีแดง กับนิคมฯ ขยายตัว
วังทองกรุ๊ป ชี้กรุงเทพฯ ตอนเหนือ ดีมานด์ที่อยู่อาศัยยังพุ่ง รับสายสีแดง กับนิคมฯ ขยายตัว
นายปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วังทองกรุ๊ป กล่าวว่า ที่อยู่อาศัยย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ไปจนถึง จ.พระนครศรีอยุธยา ความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ระดับราคา 1.1 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวราคา 3 ล้านบาท เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งจ้างงานขนาดใหญ่ มีทั้งนิคมอุตสาหกรรมรวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่มีความชัดเจนในการก่อสร้าง
“ทำเลกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่อยู่อาศัยยังมีความต้องการมาก แต่เราจะเน้นกลุ่มลูกค้าเฉพาะมากขึ้น เช่น กลุ่มเจ้าของกิจการ วิศวกรโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร โดยชูจุดขายที่แตกต่างจึงได้พัฒนาโครงการเดอะพาลาซเซตโต้ สไตล์อิตาลี ประกอบด้วยทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยว 600 ยูนิต และคอมมูนิตีมอลล์ 1,200 ล้านบาท มาดึงความสนใจลูกค้า” นายปราโมทย์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทได้ลงทุน 30 ล้านบาท สร้างโรงงานก่อสร้างบ้านสำเร็จรูป หรือโรงงานพรีคาสต์ ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กำลังผลิต 1 ไลน์ สร้างทาวน์โฮมได้ 30 หลังต่อเดือน ช่วยย่นเวลาก่อสร้างทาวน์โฮม 1 แถว 6 ยูนิต 56 เดือน ลงเหลือ 3 เดือน ประหยัดแรงงานก่อสร้างที่ขาดแคลน ขณะนี้เปิดขาย 10 โครงการ และปีนี้จะเปิดขายอีก 4 โครงการ
ปัจจุบันอยู่ระหว่างเปิดขาย 10 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮ้าส์ระดับราคา 1.5 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวราคา 3 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถปิดขายได้ 4 โครงการ โดยปีนี้คาดว่าจะมียอดรับรู้รายได้ 1,300 ล้านบาท และมียอดขาย 1,500-1,600 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทฯมีแผนจะเปิด 4 โครงการใหม่ ประกอบบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ในทำเลคลองหลวง รังสิต ลำลูกกา และรามอินทรา มูลค่าโครงการรวม 2,000 ล้านบาท โดยจะเน้นโครงการทาวน์เฮ้าส์มากขึ้น เป็น 60% อีก 40% เป็นบ้านเดี่ยว
สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ระดับราคาไม่เกิน 4 ล้านบาท ส่วนผู้ที่เข้าไปลงทุนโครงการอสังหานในหัวเมืองใหญ่ น่าจะหันกลับมาทำตลาดในกรุงเทพฯและปริมณฑลมากขึ้น เนื่องจากความต้องการในหัวเมืองใหญ่มีเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น ขณะที่กรุงเทพฯปริมณฑลมีขนาดตลาดที่ใหญ่กว่า







