
เอ็มดีใหม่บสส.อาสาล้างหนี้แบงก์รัฐ
"ชูเกียรติ"เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ก้าวสู่เอเอ็มซีแห่งชาติรับบริหารทั้งในประเทศและตปท. ประเดิมเสนอตัวรับบริหารหนี้เน่าเอสเอ็มอีแบงก์-ไอแบงก์
"ชูเกียรติ"เปิดยุทธศาสตร์ 5 ปี ก้าวสู่เอเอ็มซีแห่งชาติรับบริหารทั้งในประเทศและตปท. ประเดิมเสนอตัวรับบริหารหนี้เน่าเอสเอ็มอีแบงก์-ไอแบงก์
นายชูเกียรติ จิตติไมตรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บสส.) คนใหม่ เปิดเผยว่า ในปีนี้บสส.ตั้งเป้าหมายคืนรายได้ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยเป็นรายได้จากบริหารหนี้เสีย(เอ็นพีแอล) ประมาณ 1.24 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 78 % ของรายได้ และการขายสินทรัพย์รอการขาย(เอ็นพีเอ) 3,520 ล้านบาท หรือคิดเป็น22 % ของรายได้ พร้อมทั้งมีแผนที่จะซื้อเอ็นพีแอลจากกรมบังคับคดี 1,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกันมีเป้าหมายที่จะคืนเงินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท
ในขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงการคลังที่จะให้บสส.เข้าไปบริหารจัดการหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) หรือรับซื้อหนี้เสียของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม(เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารอิสลาม แห่งประเทศไทย(ไอแบงก์) ซึ่งคาดว่ามีหนี้เสียรวมประมาณ 6หมื่นล้านบาท ซึ่งการซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงินอื่นมาบริหารจะต้องชะลอออกไปก่อน เพราะต้องการสะสางหนี้ที่รับซื้อคืนมาจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย(บสท.) 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งได้ส่งจดหมายเชิญลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ โดยหากลูกหนี้ชำระภายใน 6 เดือนจะยกเว้นดอกเบี้ย
ทั้งนี้ปัจจุบัน บบส.มีภาระที่จะต้องคืนเงินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งแต่ละปีบสส.จะคืนเงินให้กองทุนฟื้นฟูฯ ปีละ 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นจะต้องใช้ระยะเวลากว่า 30 ปีถึงจะคืนเงินกองทุนฟื้นฟูฯได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามในช่วง13 ปี ที่ผ่านมา(ปี2544-2555 ) บสส.ได้คืนเงินกองทุนฟื้นฟูฯไปแล้ว 1.72 แสนล้านบาท
นายชูเกียรติกล่าวว่า ปัจจุบันบสส. มีพอร์ตสินเชื่อ 4.3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเอ็นพีแอล 4.17 แสนล้านบาท คิดเป็นลูกหนี้2.67 หมื่นราย และสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) 1.46 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4,425 รายการ โดยส่วนใหญ่เป็นที่ดินเปล่ากว่า 51 %
"แนวโน้มปริมาณเอ็นพีแอลจะต้องลดลงตามธรรมชาติ ดังนั้นบสส.จะต้องหาธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อให้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นองค์กรที่ยั่งยืน โดยมีนโยบายที่จะเพิ่มงานด้านบริหารสินทรัพย์ การเป็นที่ปรึกษาการปรับโครงหนี้ รวมถึงการซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงินมาบริหาร" นายชูเกียรติกล่าว
นายชูเกียรติกล่าวว่าผลการดำเนินงานในปี 2555 บสส.มีรายได้ 9,541.38 ล้านบาท เป็นรายได้จากการบริหารหนี้เสีย 7,288 ล้านบาท และการขายเอ็นพีเอ 2,253 และมีกำไรประมาณ 3,655 ล้านบาท
สำหรับแผนงานภายใน 5 ปี (2556-2560 ) โดยตั้งเป้าหมายเป็นเอเอ็มซีแห่งชาติ โดยในปี 2556 ตั้งเป้าหมายเป็นเอเอ็มซี ที่ได้รับการยอมรับ ปี 2557 ยกระดับเป็นเอเอ็มซีที่เข้าไปแก้ไขปัญาหเอ็นพีแอลทั้งระบบโดยเฉพาะเอ็นพีแอลของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ในปี 2558-2559 มุ่งหารายได้เพิ่มเติมจาการเป็นที่ปรึกษาการบริหารหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้แ ละในปี 2556 จะยกระดับบสส.เป็นสถาบันที่เชื่อชาญการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพระดับชาติ ที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ







