posttoday
ปรับทัศนคติ

ปรับทัศนคติ

26 มีนาคม 2556

ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทยที่ไปอยู่ในกัมพูชา ต้องเป็นคนติดต่อประสานงานให้กับนักธุรกิจไทยและกัมพูชา และไปใช้ชีวิตอยู่ในกัมพูชานานกว่า 20 ปี จึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของกัมพูชาอย่างมาก

ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทยที่ไปอยู่ในกัมพูชา ต้องเป็นคนติดต่อประสานงานให้กับนักธุรกิจไทยและกัมพูชา และไปใช้ชีวิตอยู่ในกัมพูชานานกว่า 20 ปี จึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของกัมพูชาอย่างมาก

จีรนันท์ วงษ์มงคล อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ผู้แทนไทยที่เข้าไปอยู่ในกัมพูชาตั้งแต่เปิดสถานทูตไทยในกัมพูชาปี 2535 หรือตั้งแต่ที่กัมพูชาเริ่มเปิดประเทศ และประจำอยู่ในกัมพูชาประเทศเดียวจนถึงปัจจุบัน จึงได้เห็นการพัฒนาของกัมพูชามาตั้งแต่ต้น

จีรนันท์ เล่าว่า หน้าที่ของทูตพาณิชย์ คือ การให้ข้อมูลในเชิงลึกด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนแก่ทั้งนักธุรกิจไทยที่ต้องการเข้าไปลงทุนในกัมพูชา และนักธุรกิจกัมพูชาที่สนใจเข้ามาติดต่อค้าขายกับไทย ทำให้เป็นเหมือนคนประสานให้นักธุรกิจได้มีโอกาสเข้ามาเจอกัน สร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ในบางช่วงที่ไทยไม่มีสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา แต่ในด้านการค้ายังเป็นไปได้ด้วยดี และเป็นช่องทางสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา

การทำงานในกัมพูชามีคติยึดถืออย่างหนึ่งคือ ต้องทำให้ไว้วางใจให้ได้ เมื่อได้รับการไว้วางใจแล้ว ทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องเล็ก คล้ายกับการทำธุรกิจในเมืองไทย รวมทั้งวัฒนธรรมในการทำธุรกิจก็คล้ายกัน บางเรื่องถ้าพยายามทำความเข้าใจ สิ่งยากก็จะกลายเป็นง่ายขึ้นมาทันที และพฤติกรรมของคนกัมพูชาก็ต้อนรับคนไทยที่เข้าไปในประเทศเป็นอย่างดี

ในทางกลับกัน คนไทยยังมองว่ากัมพูชาเป็นประเทศที่น่ากลัว และไม่เป็นมิตรกับคนกัมพูชา ซึ่งทัศนคติเหล่านี้ควรจะได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้านมีความใกล้ชิดและติดต่อกันอยู่ตลอด จึงสำคัญที่ไทยจะต้องเป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน ทัศนคติเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการลองเข้ามาในประเทศกัมพูชา แล้วทุกคนจะเห็นว่ากัมพูชาไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ ใครที่เคยเข้ามาในกัมพูชา ทัศนคติในด้านลบต่อกัมพูชาจะเปลี่ยนไป ซึ่งทุกคนควรเข้ามาเห็นด้วยตาตัวเองว่าคนกัมพูชาเป็นคนดี และยึดถือความดีของคนเป็นหลัก

คนกัมพูชาเป็นคนมีเพื่อนเยอะ จริงใจ ไม่ดูถูกคน ซึ่งการเข้าไปอยู่กัมพูชาเป็นเวลานานทำให้มีเพื่อนมาก รู้จักกันแล้วมีความภาคภูมิใจ ไม่ได้คบกันที่ฐานะทางการเงินหรือหน้าตาทางสังคม แต่คบกันเพราะจิตใจที่ดี จึงอยู่แล้วสบายใจ

ขณะเดียวกัน การเข้าไปทำงานในฐานะข้าราชการทำให้มีโอกาสกลับเมืองไทยน้อย เพราะต้องได้รับการอนุญาตจากต้นสังกัดถึงจะกลับเมืองไทยได้ เมื่ออยู่ในพนมเปญเวลาว่างส่วนใหญ่จะหมดไปกับการทำบุญ เข้าวัด การอยู่ในกัมพูชาทำให้มีโอกาสเข้าวัดได้มากกว่าอยู่เมืองไทยเสียอีก นอกจากนี้ หากมีวันหยุดก็จะไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ที่เป็นธรรมชาติและวัฒนธรรม เช่น นครวัด ไปกี่ครั้งไม่เคยเบื่อ เพราะได้ดื่มด่ำกับศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติในกัมพูชาก็ค่อนข้างบริสุทธิ์มาก

ขณะที่การติดต่อสื่อสารปัจจุบันสามารถพูดภาษากัมพูชาได้ โดยเรียนรู้ด้วยตัวเองตั้งแต่ครั้งเข้าไปทำงานแรกๆ ซื้อหนังสือมาอ่าน และเรียนรู้จากคนรอบข้าง ฝึกพูดไปเรื่อยๆ ก็สื่อสารได้ เพราะถ้าพูดภาษาอังกฤษก็สื่อสารกันไม่รู้เรื่องอยู่ดี ทั้งนี้ภาษากัมพูชาเหมือนภาษาไทยกว่า 50% มีรากศัพท์เหมือนกัน ทำให้ศึกษาได้เร็ว โดยปัจจุบันได้เขียนหนังสือสอนคนไทยพูดภาษาเขมรเผยแพร่ด้วย เพราะต้องการให้คนเรียนรู้ภาษากัมพูชาเยอะๆ

ในปัจจุบันคนไทยเข้าไปในกัมพูชามากขึ้น โดยเฉพาะนักธุรกิจ ซึ่งก็ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเศรษฐกิจกัมพูชาอยู่ในช่วงขาขึ้น และรัฐบาลทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จึงเป็นโอกาสที่ดีของนักธุรกิจไทยที่จะเข้าไปติดต่อค้าขาย โดยต้องละทิ้งความกลัวออกไปดูประเทศเพื่อนบ้านบ้าง และจะพบว่าโอกาสที่ดีมีอยู่มากมายในกัมพูชา

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน