posttoday
5 ทางออกเพื่อเตรียมการสืบทอดธุรกิจครอบครัวไทย

5 ทางออกเพื่อเตรียมการสืบทอดธุรกิจครอบครัวไทย

26 มีนาคม 2556

บทความ 2 ตอนที่แล้วผมได้วิเคราะห์สาเหตุที่เจ้าของธุรกิจครอบครัวไทยไม่สนใจเรื่องการวางแผนการสืบทอดธุรกิจครอบครัวไทย บทความตอนต่อไปผมจะลองเสนอทางออกหรือแนวทางแก้ไขทั้ง 5 ประการ ดังนี้

บทความ 2 ตอนที่แล้วผมได้วิเคราะห์สาเหตุที่เจ้าของธุรกิจครอบครัวไทยไม่สนใจเรื่องการวางแผนการสืบทอดธุรกิจครอบครัวไทย บทความตอนต่อไปผมจะลองเสนอทางออกหรือแนวทางแก้ไขทั้ง 5 ประการ ดังนี้

1.ประเด็นเรื่องการอ่านหนังสือหาความรู้ของรุ่นส่งมอบที่ไม่มีเวลาอ่านหนังสือประเภทวิชาการยาวๆ ผมคิดว่าคงต้องทำหนังสือแบบฉบับโน้ตย่อ พร้อมรูปภาพหรือแผนภูมิประกอบรูปภาพ และนำเอาเฉพาะประเด็นสำคัญพร้อมตัวอย่างหรือกรณีศึกษาจากของจริงมารวบรวมให้อ่านง่ายๆ และไม่ยาวมากนัก

แต่ส่วนรุ่นรับมอบคงยังต้องมีหน้าที่อ่านหนังสือยาวที่จำเป็นอยู่ และเมื่อรุ่นส่งมอบเริ่มอ่านฉบับย่ออาจต้องกำหนดให้รุ่นรับมอบต้องอ่านฉบับเต็ม หรือการเผยแพร่ความรู้โดยจัดเป็นรายการทางโทรทัศน์ที่ทำให้น่าสนใจ บังเอิญประจวบกับมีข่าวที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกำลังจะจัดรายการเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัว โดยให้บริษัท เวิร์คพอยท์ เป็นผู้จัด คงต้องลองดูว่ารายการนี้จะสร้างองค์ความรู้ได้มากน้อยเพียงใด

ผมเองเคยเสนอให้เอาปัญหาของธุรกิจครอบครัวไทยมาสร้างเป็นละครด้วยซ้ำ เพราะหากได้คนเขียนบทดีๆ นักแสดงเก่งๆ รับรองว่าน่าจะเป็นละครน้ำดีในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ได้เลยทีเดียว

2.ประเด็นเรื่องการสืบทอดธุรกิจครอบครัวไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า และรุ่นส่งมอบอาจมองว่าเป็นวาระซ่อนเร้นของรุ่นรับมอบที่พยายามจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และยังคิดตลอดเวลาว่ารุ่นรับมอบไม่พร้อม เรื่องนี้พอเข้าใจได้ เพราะเรื่องการวางแผนสืบทอดเป็นเรื่องระยะยาว และแน่นอนการวางแผนการสืบทอดย่อมต้องมีการส่งมอบอันจะเป็นการลดทอนอำนาจของรุ่นส่งมอบได้ ดังนั้นการวางแผนการส่งมอบจะทำสำเร็จได้ก็ต้องเป็นความริเริ่มจากรุ่นส่งมอบ อีกทั้งเจ้าของธุรกิจครอบครัวรุ่นส่งมอบยังขาดองค์ความรู้และข้อมูลตัวอย่างที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจตนเอง ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกโดยเฉพาะกฎหมาย สภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงทั้งภายในและนอกประเทศที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ย่อมเป็นเครื่องเตือนว่ารุ่นส่งมอบจะต้องรีบดำเนินการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน และต้องมั่นใจว่ารุ่นรับมอบเขาพร้อมแล้ว และเขาคงไม่มีวาระซ่อนเร้นอะไร ผู้ส่งมอบยังคงต้องเป็นที่ปรึกษาอยู่ดี

3.ประเด็นที่ว่ารูปแบบการทำธุรกิจที่เป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องมีการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งส่วนใหญก็มีลูกหลานรุ่นรับมอบที่มีการศึกษาพร้อมและยังมีมืออาชีพมาช่วยกิจการอยู่แล้ว ผมเห็นว่าเจ้าของธุรกิจครอบครัวที่คิดแบบนี้คือกลุ่มคนที่ไม่แสวงหาความรู้เพิ่มเติมและมักติดอยู่กับรูปแบบความสำเร็จเดิมๆ คนเหล่านี้จึงต้องเรียนรู้และเปิดมุมมองใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน ร่วมสัมมนาอบรมและเรียนรู้จากตัวอย่างที่ดีและผิดพลาดให้มากขึ้น ก็จะทำให้รู้ว่าหากบุคคลผู้รับมอบเขาไม่วางแผนการส่งมอบธุรกิจครอบครัวของเจ้าของธุรกิจเหล่านี้จะตกอยู่ในสภาวะที่สุ่มเสี่ยงอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงแนวคิดและวิธีการทำงานจึงสำคัญ เพราะความสำเร็จที่ไม่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงมักจะไม่ยั่งยืนตลอดไป ความเปลี่ยนแปลงต่างหากที่เจ้าของธุรกิจครอบครัวต้องคอยติดตามและเปลี่ยนแปลงให้ทัน มืออาชีพหรือลูกหลานรุ่นรับมอบที่ช่วยธุรกิจครอบครัวอยู่ที่มาช่วยไม่ใช่เป็นทางออกเดียว การพัฒนาแผนส่งมอบธุรกิจจึงมีความสำคัญ

4.ประเด็นเรื่องการขาดตัวอย่างกรณีศึกษาสำหรับครอบครัวที่ดำเนินธุรกิจผิดพลาดมีน้อย เพราะไม่มีใครอยากบอกหรือเขียน ส่วนตัวอย่างความสำเร็จของธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ก็อาจไม่เหมาะสมกับขนาดของธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ของคนส่วนใหญ่ ทางออกคือต้องให้สถาบันการศึกษาต้องทำการศึกษาวิจัยและเขียนกรณีศึกษาของธุรกิจครอบครัวในประเทศไทยที่ผิดพลาดให้มากเท่าที่จะทำได้ พร้อมข้อแก้ไขเพื่อเป็นแนวทางให้ และหากจะมีปัญหาการฟ้องร้องก็อาจทำได้โดยไม่ต้องระบุว่าเป็นครอบครัวตระกูลใด แต่เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการฟ้องร้องได้ และควรนำกรณีศึกษาที่ผิดพลาดในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในประเทศภูมิภาคเอเชียมาเผยแพร่ด้วย เพราะธุรกิจและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ใกล้เคียงกัน การศึกษาตัวอย่างความผิดพลาดมักจะทำให้ผู้คนสนใจ และหากมีกรณีความสำเร็จอาจต้องหาตัวอย่างธุรกิจครอบครัวที่ไม่ใหญ่มากนัก เพราะธุรกิจเล็ก กลาง ก็จะสามารถมีเป้าหมายที่ทำได้สำเร็จโดยอาศัยบทเรียนนั้นได้

5.ประเด็นเรื่องมืออาชีพที่ไม่มีความรู้หรือไม่กล้าบอกเจ้าของธุรกิจครอบครัว ทางออกก็คือการให้ความรู้แก่บรรดามืออาชีพเรื่องการวางแผนสืบทอดธุรกิจครอบครัว และเจ้าของธุรกิจครอบครัวต้องเปิดโอกาสให้มืออาชีพแสดงความเห็นในเรื่องนี้ได้อย่างเปิดเผยและพร้อมจะนำไปพิจารณาดำเนินการ การสื่อสารระหว่างเจ้าของธุรกิจครอบครัว ทายาทและมืออาชีพในเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ

ประเด็นเรื่องพัฒนาธุรกิจครอบครัวไทยให้เข้มแข็ง รวมถึงการวางแผนการสืบทอดธุรกิจครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องสร้างองค์ความรู้ให้กว้างขวางในทุกรูปแบบ โดยองค์กรที่ควรจะขับเคลื่อนในเรื่องนี้ควรเป็นสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน ที่ปรึกษาและกลุ่มเจ้าของธุรกิจครอบครัว โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐบาลควรจะต้องตระหนักในความสำคัญ รวมทั้งสถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษาต้องมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม เผยแพร่และพัฒนาหลักสูตร ตำรา วิธีการอบบรม แก่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจครอบครัวไทยอย่างจริงจัง ในระยะยาวหากธุรกิจครอบครัวไทยตระหนักและพัฒนาสืบทอดธุรกิจได้อย่างยั่งยืนแล้ว ประโยชน์ก็จะตกแก่คนในสังคมและประเทศอย่างแน่นอน เริ่มเปลี่ยนแปลง (Change) กันนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท