
เพิ่มมูลค่าให้สินค้า
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ผู้บริโภคนั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าไม่น้อย โดยขณะที่บางคนเลือกที่จะค้นหาข้อมูลของร้านค้าหรือผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับตัวเลือกอื่นๆ บ้างก็อ่านฟีดแบ็กจากผู้ที่เคยใช้สินค้าหรือบริการเพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ผู้บริโภคนั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าไม่น้อย โดยขณะที่บางคนเลือกที่จะค้นหาข้อมูลของร้านค้าหรือผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับตัวเลือกอื่นๆ บ้างก็อ่านฟีดแบ็กจากผู้ที่เคยใช้สินค้าหรือบริการเพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ
ดังนั้น ผู้ประกอบการยุคใหม่จึงจำเป็นต้องหาวิธี “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าเพื่อความได้เปรียบเหนือคู่แข่งนั่นเอง
ล่าสุด บีบีซีเผยบทสัมภาษณ์ของผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยในสหรัฐ ซึ่งได้เผยเคล็ดลับการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าผ่านรูปแบบการขายแบบใหม่ที่เรียกว่า “อินไซต์ เซลลิง” (Insight Selling)
จุดเด่นของอินไซต์ เซลลิง คือ การขาย “ประสบการณ์” และ “ไลฟ์สไตล์” ควบคู่ไปกับการขายสินค้านั่นเอง โดยสามารถทำได้ง่ายๆ และไม่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจรายย่อยมากนัก
ยกตัวอย่างเช่นกรณีของ จอร์แดน มิทเทิลแมน เจ้าของร้านจักรยานแห่งหนึ่งในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ตัดสินใจผุด “ชุมชนคนรักจักรยาน” ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน ตลอดจนจัดเวิร์กช็อปเกี่ยวกับจักรยานสำหรับลูกค้า
“หลังจากที่ได้ลองวิเคราะห์ลูกค้าแล้ว ผมก็ค้นพบว่า พวกเขาอยากเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ชอบสังสรรค์กับผู้อื่นที่มีความสนใจและแนวคิดคล้ายๆ กัน ผมจึงตัดสินใจสร้างชุมชนคนรักจักรยานเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับจักรยานที่พวกเขาซื้อจากผม” มิทเทิลแมน กล่าว
สอดคล้องกับ แกร์รี ชา เจ้าของร้านสะดวกซื้อสินค้าออร์แกนิก “เยส ออร์แกนิก มาร์เก็ต” ซึ่งใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาผลิตภัณฑ์ของทางร้าน
ทว่า แทนที่จะมุ่งขายเฉพาะสินค้า ชาได้นำบทความเกี่ยวกับสุขภาพมาโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ เช่น “วิธีลดน้ำหนักแบบออร์แกนิก”และ “สารต้านมะเร็ง” ซึ่งแน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ที่มีการกล่าวถึงในบทความทุกชิ้นนั้นก็จะมีวางจำหน่ายอยู่ที่ร้าน โดยกลยุทธ์ดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างมากเพราะลูกค้าส่วนใหญ่นั้นคือ กลุ่มที่มี“เฮลท์ตี ไลฟ์สไตล์”
“ผู้ประกอบการต้องใช้เวลาทำความรู้จักกับลูกค้า คุณต้องศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับพวกเขา โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ เพราะท้ายที่สุดลูกค้าจะเลือกอุดหนุนคุณหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้มากเพียงใด” ชา แนะนำ







