
บาทกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินสกุลเหรียญสหรัฐ กลับมาแข็งค่าอีกครั้ง โดยในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 29.13 29.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดความวิตกว่าเงินบาทอาจหลุดลงต่ำกว่า 29 บาทได้ในเร็วๆ นี้ สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วและแข็งค่ากว่าสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค หลังจากที่ทรงตัวมาระยะเวลาหนึ่ง สาเหตุสำคัญที่ทำให้เงินบาทมีการแข็งค่าผิดปกติในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการอ่อนค่าของเงินสกุลยูโร ซึ่งเกิดจากกรณีประเทศไซปรัสในสหภาพยุโรป และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือทำให้มีการวิเคราะห์ว่า นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะจากการปรับอันดับความน่าเชื่อถือทางด้านการเงินของประเทศไทย จากสถาบัน ฟิทช์ เรทติ้งส์ ซึ่งได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรระยะยาวของไทยมาอยู่ที่ระดับ BBB+ รวมถึงกระแสของกระทรวงการคลังที่มีนโยบายรัฐบาลที่จะกู้เงินครั้งมโหฬารถึง 2.0 ล้านล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นักลงทุนต่างชาติคาดว่า รัฐบาลคงจะออกพันธบัตรเพื่อมากู้เงินในเร็วๆ นี้ แม้ว่าการกู้เงินของรัฐบาลในโครงการดังกล่าว จะเป็นการกู้เงินในประเทศก็ตาม
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินสกุลเหรียญสหรัฐ กลับมาแข็งค่าอีกครั้ง โดยในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 29.13 29.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดความวิตกว่าเงินบาทอาจหลุดลงต่ำกว่า 29 บาทได้ในเร็วๆ นี้ สาเหตุที่เงินบาทแข็งค่าอย่างรวดเร็วและแข็งค่ากว่าสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค หลังจากที่ทรงตัวมาระยะเวลาหนึ่ง สาเหตุสำคัญที่ทำให้เงินบาทมีการแข็งค่าผิดปกติในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการอ่อนค่าของเงินสกุลยูโร ซึ่งเกิดจากกรณีประเทศไซปรัสในสหภาพยุโรป และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือทำให้มีการวิเคราะห์ว่า นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะจากการปรับอันดับความน่าเชื่อถือทางด้านการเงินของประเทศไทย จากสถาบัน ฟิทช์ เรทติ้งส์ ซึ่งได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรระยะยาวของไทยมาอยู่ที่ระดับ BBB+ รวมถึงกระแสของกระทรวงการคลังที่มีนโยบายรัฐบาลที่จะกู้เงินครั้งมโหฬารถึง 2.0 ล้านล้านบาทเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นักลงทุนต่างชาติคาดว่า รัฐบาลคงจะออกพันธบัตรเพื่อมากู้เงินในเร็วๆ นี้ แม้ว่าการกู้เงินของรัฐบาลในโครงการดังกล่าว จะเป็นการกู้เงินในประเทศก็ตาม
ทั้งนี้ เป็นที่ทราบดีว่า ประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา อียู ญี่ปุ่น และประเทศจีน ล้วนใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการ QE : Quality Easing โดยการอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาในระบบสถาบันการเงินของหลายประเทศ ทำให้เกิดสภาพคล่องส่วนเกินของโลก และเงินไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเข้ามาซื้อและประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ไม่ได้รับผลกระทบทางด้านการเงิน รวมถงเขมพันธบัตรในประเทศไทย โดยเฉพาะพันธบัตรระยะสั้น ซึ่งากตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่ามีจำนวน ถึง 8.1 แสนล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดหุ้นไทยก็ยังร้อนแรง ในช่วง 2 เดือนเศษที่ผ่านมา มีเงินต่างชาติไหลเข้ามามาก จนทำให้แนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นจะขึ้นไปแตะระดับ 1,600 จุดได้ในเร็วๆ นี้
ผลกระทบที่ชัดเจนต่อการที่เงินบาทแข็งค่าครั้งนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ภาคส่งออกจะได้รับผลกระทบ เพราะทุกๆ การขาย 1 เหรียญสหรัฐ เงินจะหายไปประมาณ 0.400.50 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ซึ่งแน่นอนว่าจะกระทบต่อคำสั่งซื้อที่รับมาแล้ว บางรายอาจถึงขั้นขาดทุน ส่วนคำสั่งซื้อใหม่ๆ ก็คงต้องมานั่งต่อราคากับผู้สั่งซื้อ ดังนั้น ถ้าแนวโน้มเงินบาทยังแข็งค่า โดยเฉพาะการแข็งค่ามากกว่าประเทศคู่แข่ง การส่งออกในครึ่งปีแรกนี้ก็อาจจะได้รับผลกระทบและไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมแล้วผลกระทบที่มีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อาจได้รับผลกระทบเพียงร้อยละ 0.10.3 เพราะในปีนี้งบกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล คงจะออกมามากและการปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ ก็จะทำให้การบริโภคภาคประชาชนขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ เงินบาทที่แข็งค่า ในอีกมิติหนึ่งก็ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจและผู้บริโภค คือ วัตถุดิบและปัจจัยที่ใช้ในการผลิตที่ต้องนำเข้า รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะน้ำมัน ก็จะมีต้นทุนเมื่อแปลงเป็นเงินบาทถูกลง ทำให้ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็คงจะไปตรึงราคาสินค้าที่จำหน่ายในประเทศไม่ให้ขยับตัวมากนัก
ดังนั้น การที่เงินบาทแข็งค่าครั้งนี้ คงต้องติดตามดูอีกระยะหนึ่งว่าหากกระแสตอบรับจากการที่ไทยถูกปรับอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบัน ฟิทช์ เรทติ้งส์ เจือจางลง รวมทั้งรัฐบาลหากยังไม่สามารถออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทได้ในระยะสั้น กระแสเงินต่างชาติที่ไหลเข้าอาจแผ่วลง ซึ่งในระยะเวลานี้ คงยังไม่สามารถบอกได้ว่า เงินบาทของไทยจะแข็งค่าไปถึงระดับไหน แต่ผมยังเชื่อมั่นว่า ด้วยสถานะทางเศรษฐกิจของไทยที่ไม่ได้หวือหวามาก และแนวโน้มที่รัฐบาลจะใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งแนวโน้มที่ไทยจะขาดดุลการค้า ปัจจัยเหล่านี้คงมีส่วนทำให้เงินบาทไม่ควรจะแข็งค่าเป็นระยะเวลานานๆ แต่ก็คงฟันธงไม่ได้เลยทีเดียว ต้องติดตามกันต่อไป







