
รัฐแจงยิบกู้2ล้านล้านโปร่งใสไร้"ซิกแซก"
"สุรนันทน์" ร่างพรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านโปร่งใส ตรวจสอบได้ ชี้ใช้การกู้เพื่อการลงทุนต่อเนื่องเลี่ยงความผันผวนการเมืองติงฝ่ายค้าน วิสัยทัศน์สั้น
"สุรนันทน์" ร่างพรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านโปร่งใส ตรวจสอบได้ ชี้ใช้การกู้เพื่อการลงทุนต่อเนื่องเลี่ยงความผันผวนการเมืองติงฝ่ายค้าน วิสัยทัศน์สั้น
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่รัฐบาลกำลังจะเสนอร่าง พรบ. กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และซิกแซกเพื่อโกงนั้น โดยชี้แจงการเสนอร่างพรบ.กู้เงินดังกล่าวใน 7 ประเด็น คือ 1.การที่รัฐบาลตัดสินใจใช้วิธีการกู้แทนการจัดสรรงบประมาณปกติ เพื่อให้การลงทุนมีความต่อเนื่อง ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงหรือกระทบจากความผันผวนทางการเมือง
ทั้งนี้ เพราะโครงข่ายพื้นฐานที่จะต้องดำเนินการเป็นความจำเป็นของประเทศเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
2.การลงทุนที่จะเกิดขึ้นเสมือนเป็นการลงทุนเพื่อทดแทนการชะงักงันของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา จากเหตุความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่กล้าตัดสินใจของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สถานะเศรษฐกิจของประเทศถดถอยอย่างต่อเนื่อง
3.การลงทุนดังกล่าวเป็นการลงทุนในโครงการที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน ไม่ใช่การกู้ไปลงทุนในโครงการที่เป็น “เบี้ยหัวแตก” แจกของไปทั่วอย่างโครงการไทยเข้มแข็ง วัดผลไม่ได้ สิ่งของไม่ถาวร
ทั้งนี้การกู้เงิน 2 ล้านล้านที่จะเกิดขึ้นได้มีการคิดคำนวณอย่างรอบคอบ ภาระหนี้ของประเทศจะไม่เกิน 50% ของรายได้ประชาชาติ ซึ่งถึงแม้จะมีภาระไปอีก 50 ปี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นห่วง ด้วยโครงการขนาดใหญ่ย่อมมีภาระที่ต้องผ่อนใช้คืนยาว แต่ผลตอบแทนนั้นยาวกว่าอีกหลายสิบปีหรือร้อยปีด้วยซ้ำ
4.สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบนั้น กฎหมายที่รัฐบาลกำลังจะเสนอสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร มีกระบวนการที่รับฟังความคิดเห็นของสาธารณะแต่แรกเริ่ม และมีการอธิบายถึงแนวคิดตลอดจนเสนอข้อมูลอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดนิทรรศการ ณ ศูนย์ราชการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในตัวร่างกฎหมายเองมีบัญชีแนบท้ายเพื่อวางกรอบการลงทุนใน 3ยุทธศาสตร์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายจะแก้ไขไม่ได้ ดังนี้
1) ยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าทางถนนสู่การขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า 2)ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และ 3) ยุทธศาสตร์พัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อยกระดับความคล่องตัว
5.สำหรับขั้นตอนการเตรียมโครงการ การเสนอโครงการจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และการพิจารณาอนุมัติโครงการมีความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ โดยกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลังพิจารณากลั่นกรองความพร้อม กรอบลงเงิน และแผนการดำเนินงาน ก่อนเสนอ ครม. พิจารณา ทั้งหมดเพื่อป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น และไม่มีการ “ซิกแซก” แต่อย่างใด และจะไม่มีการยกเลิกกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบของทางราชการตามที่ฝ่ายค้านโจมตี มีแต่จะดำเนินการให้เข้มข้น และตรวจสอบได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้รัฐบาลจะเสนอเอกสารโครงการต่างๆต่อสภาฯในลักษณะ “เอกสารประกอบ” การพิจารณาในลักษณะเดียวกับการเสนอ พรบ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งมีกว่า 200 หน้า ดังนั้นที่มีการกล่าวหาว่าการกู้ 2ล้านล้านไม่มีรายละเอียด จึงไม่เป็นความจริง
6.โครงการทั้งหมดจะมีการเสนอให้ประเมินผลและรายงานต่อรัฐสภาทุกสิ้นปีงบประมาณด้วย
7.รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีความตั้งใจและแนวคิดในการพัฒนาประเทศที่ชัดเจน ที่สำคัญคือการที่ฝ่ายค้านพยายามพูดว่า คิดมาก่อนแล้ว แต่กลับไม่ทำ เป็นการตอกย้ำว่า “ดีแต่พูด” เพราะเมื่อประชาชนได้เลือกให้เข้ามาทำงานแล้วก็ต้องกล้าตัดสินใจและลงมือทำจริง หากจะคิดฝัน จะยกร่างพิมพ์เขียว เชื่อว่าประชาชนรอไม่ได้ ความเจริญก้าวทันโลกไม่รอใคร
"การที่นายกฯกล้าตัดสินใจและลงมือทำจริง ทั้งๆที่หลายโครงการอาจไม่เสร็จในช่วงระยะเวลาของรัฐบาลปัจจุบัน แต่ก็สะท้อนการมีวิสัยทัศน์เพื่ออนาคตมากกว่าการหาเสียงทางการเมืองด้วยลมปากไปวันๆ ส่วนฝ่ายค้านที่คิดจะยกร่างพิมพ์เขียวประเทศไทยสำหรับปี 2020 นั้น จะให้เวลาคิดถึงปีดังกล่าว เพราะถึงเวลานั้น โครงการต่างๆของรัฐบาลก็จะเสร็จ ฝ่ายค้านจะได้คิดต่อและพูดต่อได้"นายสุรนันทน์กล่าว







