
สำรวจบจ.สู้บาทแข็ง
ตลท.สั่งเก็บข้อมูล 4 กลุ่มสรุปสัปดาห์หน้าสมาคมยันผู้บริหารพร้อมรับมือ 28-29
ตลท.สั่งเก็บข้อมูล 4 กลุ่มสรุปสัปดาห์หน้าสมาคมยันผู้บริหารพร้อมรับมือ 28-29
“จรัมพร” สั่งการบ้านฝ่าย บจ.สำรวจผลกระทบค่าบาทสวิง4 บจ.กลุ่มส่งออกส่งสัปดาห์หน้า
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในช่วง 23 วันที่ผ่านมาเพิ่งมอบหมายให้ฝ่ายบริษัทจดทะเบียนไปสำรวจผลกระทบบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยในกลุ่มส่งออก 4 กลุ่ม คือ กลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร ว่าได้รับผลกระทบจากกรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างไรบ้าง โดยให้มารายงานผลสัปดาห์หน้า
“ที่ผ่านมาเป็นที่เข้าใจอยู่แล้วว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า เพราะเริ่มปรับลงตั้งแต่ 41 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จนมาแตะที่ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และมองว่าภาคเอกชนน่าจะมีการรับมือได้ แต่ช่วง 23 เดือนที่ผ่านมาค่าเงินบาทปรับลงเร็วมากจาก 3129 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในระยะสั้นในกลุ่มภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง” นายจรัมพร กล่าว
ทั้งนี้ อยากให้ประเมินว่า บจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มส่งออกสามารถปรับตัวได้เร็วหรือมีแผนตั้งรับอย่างไรบ้าง ซึ่งคาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้รับข้อมูล ถึงตอนนั้นค่อยมาพิจารณาอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะหลายครั้งที่ผ่านมาทำให้เชื่อมั่นว่า บจ.ไทยมีความสามารถในการปรับตัวได้ดี
ด้าน น.ส.เพ็ญศรี สุธีรศานต์ ผู้อำนวยการสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวว่า กรณีเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า ทางสมาคมไม่จำเป็นต้องทำอะไรแล้ว เพราะจากผลสำรวจซีอีโอเซอร์เวย์ครั้งล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า ซีอีโอส่วนใหญ่ให้น้ำหนักและกังวลในช่วง 6 เดือนข้างหน้ามากคือ เรื่องค่าเงินบาทที่จะแข็งค่า ซึ่งอยู่ในกรอบ 2829 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่มองแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะคงที่ แสดงว่าซีอีโอมองแนวโน้มว่าเงินบาทแข็งค่าจะเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่เป็นการแบ่งปันข้อมูลเพื่อให้ซีอีโอคนอื่นได้มีการปรับตัวและหาวิธีรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
“ซีอีโอมองว่าเรื่องค่าเงินบาทแข็งเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว และที่ผ่านมาเกือบทุกประเทศหน่วยงานทางการ ธนาคารกลาง และรัฐบาลแต่ละแห่งได้ให้น้ำหนักและติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินทั้งยูโร เงินเหรียญสหรัฐ และเงินเยนอย่างใกล้ชิด เพราะที่ผ่านมามีการเคลื่อนย้ายเงินทุนตลอด ซึ่งทุกสกุลเงินย่อมส่งผลกระทบระหว่างกัน ดังนั้นเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนเห็นปัจจัยนี้มาตลอด” น.ส.เพ็ญศรี กล่าว
สำหรับผลการสำรวจซีอีโอเซอร์เวย์ครั้งต่อไปจะเริ่มในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นการสำรวจจากซีอีโอ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เพื่อมองแนวโน้มผู้บริหารระดับสูง รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและปัญหาหรือความกังวลในประเด็นต่างๆ ในอีก 6 เดือนข้างหน้าอย่างไรบ้าง







