
พาณิชย์ดึงแม็คโครรับช่วงคุมร้านถูกใจ
“พาณิชย์” โยนร้านถูกใจให้แม็คโครดูแล อ้างหมดงบอุดหนุน สมาชิกสั่งสินค้าราคาถูกได้เหมือนเดิม
“พาณิชย์” โยนร้านถูกใจให้แม็คโครดูแล อ้างหมดงบอุดหนุน สมาชิกสั่งสินค้าราคาถูกได้เหมือนเดิม
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เตรียมปรับแผนการบริหารร้านถูกใจใหม่ จากเดิมที่รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณด้านการขนส่งและบริหารจัดการ มาเป็นให้ห้างแม็คโครช่วยกระจายสินค้าให้แทน เนื่องจากงบประมาณของภาครัฐที่ใช้ดำเนินการร้านถูกใจจะสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2556
ทั้งนี้ สมาชิกร้านถูกใจจะยังสามารถสั่งซื้อสินค้า 20 รายการที่อยู่ในโครงการร้านถูกใจได้ในราคาพิเศษเหมือนเดิม ในทางปฏิบัติแม้ไม่มีการสนับสนุนงบประมาณโครงการแต่กระทรวงพาณิชย์จะยังคงเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป
ปัจจุบันร้านถูกใจมีสมาชิกร้านถูกใจมากกว่า 7,000 ราย และเกินครึ่งมีความเข้มแข็ง แต่ให้เปลี่ยนระบบการส่งสินค้าให้สมาชิกร้านถูกใจที่มีความเข้มแข็งสามารถเข้าไปสั่งซื้อกับห้างแม็คโครทุกสาขาได้โดยตรง ในขณะที่ร้านค้าถูกใจส่วนที่เหลือที่ไม่สามารถเข้าไปซื้อได้ รัฐบาลจะเข้าไปช่วยด้านบริหารจัดการและให้คำแนะนำต่อไป
การจำหน่ายสินค้าในร้านถูกใจยังคงเน้นสินค้า 20 รายการที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพ เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ น้ำตาล และน้ำมันพืช โดยเจ้าของร้านถูกใจจะได้สิทธิ์ซื้อสินค้าในราคาถูก และจำหน่ายให้ผู้บริโภคในราคาเดิม เนื่องจากร้านถูกใจเป็นโครงการที่สร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อย และยังช่วยลดค่าครองชีพประชาชนได้ด้วย
นอกจากนี้ ล่าสุด บริษัท สยามแม็คโคร ได้ร่วมกับร้านค้าปลีกกว่า 200 ราย จัดงานตลาดนัดโชห่วย ครั้งที่ 5 หรือชื่องาน 2556 โชห่วย ครองเมือง เพื่อช่วยเหลือร้านโชห่วย โดยดึงพันธมิตรลูกค้าแม็คโครมาร่วมจัดงาน และแนะนำรูปแบบการจัดร้านค้า การจัดเรียงสินค้า พร้อมทั้งมีการจำลองร้านโชห่วยเสมือนจริง เพื่อนำไปปรับใช้กับร้านของตนเอง นอกจากนี้ยังมีการเสวนาให้ความรู้ การจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษวันที่ 2-124 มี.ค.นี้ ที่เมืองทองธานี คาดว่า จะมีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นราย
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ก่อนหน้านี้กรมการค้าภายในเตรียมเสนอแผนการดูแลร้านถูกใจ ให้ที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่มี คุณบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานภายในเดือน มี.ค.นี้ เดิมมีแนวคิดให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) รับช่วงร้านถูกใจ 6,000-7,000 รายไปดูแล แต่และเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูง เห็นว่าด้านสินค้าอื่นผู้ผลิตหลายรายก็ยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการต่อ เช่น ปลากระป๋อง สบู่ ยาสีฟัน และน้ำมันพืช เป็นต้น ต่อมามีการเหนเเหนเห็นว่าถ้าให้ อคส.เป็นผู้ดูแลอาจทำให้โครงการมีปัญหาตามมาได้
นอกจากนี้ ในปัจจุบัน อคส.ยังมีปัญหาการบริหารจัดการภายในอยู่ อาจไม่เหมาะสมที่จะดูแลร้านถูกใจ ประกอบกับการทำงานของภาคเอกชนมีความคล่องตัวกว่า โดยเฉพาะห้างแม็คโครขณะนี้มีการสร้างเครือข่ายร้านโชห่วยและขายส่งสินค้าให้อยู่แล้ว อีกทั้งยังมีศูนย์กระจายสินค้าหลายแห่งทั่วประเทศ จึงน่าจะดูแลสมาชิกร้านถูกใจที่เข้มแข็งได้ดีกว่า ส่วนอคส.จะเปลี่ยนไปเป็นผู้สนับสนุนสินค้า โดยเฉพาะการผลิตข้าวถุงธงฟ้าแทน







