posttoday
ปัดต้นตอบาทแข็ง

ปัดต้นตอบาทแข็ง

22 มีนาคม 2556

ตลาดหุ้นตราสารหนี้ยันแค่เก็งกำไรตลท.ลั่นไม่จำเป็นออกมาตรการเพิ่มเติม

ตลาดหุ้นตราสารหนี้ยันแค่เก็งกำไรตลท.ลั่นไม่จำเป็นออกมาตรการเพิ่มเติม

ตลาดหุ้นตราสารหนี้ประสานเสียงไม่ได้ต้นเหตุทำเงินบาทแข็ง “จรัมพร” มั่นใจไม่จำเป็นออกมาตรการคุม

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ยืนยันว่าการที่เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยไม่ได้มีผลต่อการทำให้เงินบาทแข็งค่า เห็นได้จาก 2 วันที่ผ่านมาเงินบาทได้แข็งค่าสุดในรอบ 16 ปี หรือเพิ่มขึ้นมาเกือบ 5% แต่ดัชนีหุ้นไทยก็มีการปรับลงต่อเนื่อง ซึ่งแสดงว่าไม่ได้มีผลสัมพันธ์กัน

นอกจากนี้ เชื่อว่าค่าเงินบาทในระดับนี้ทางการจะยังไม่มีมาตรการใดเข้ามาแทรกแซง และการที่หุ้นปรับตัวลงน่าจะเกิดจากปัจจัยในประเทศมากกว่าต่างประเทศเพราะตลาดหุ้นเพื่อนบ้านไม่ได้ปรับตัวลงด้วย

ส่วนการขายหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศก็เป็นแรงขายทำกำไรตามปกติ หากดูข้อมูลตั้งแต่ต้นปีถือว่าแรงซื้อขายต่างชาติทรงตัว เดือน ม.ค. ซื้อสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท แต่เดือน ก.พ.ขายไป 1.8 หมื่นล้านบาท และเดือน มี.ค.ยังมียอดซื้อกว่า 5,000 ล้านบาท

นายจรัมพร ยอมรับว่า ตอนนี้ตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่เป็นการเก็งกำไรระยะสั้น เห็นได้จากการซื้อขายหมุนเวียนหลายรอบ (เทิร์นโอเวอร์) สูงมาก โดยเฉพาะของรายย่อยที่ผ่านมาเพียง 2 เดือนแรกของปี แต่กลับมีปริมาณการซื้อขายสูงขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 4 ปีก่อน และตลาดหลักทรัพย์ยังยืนยันว่าจะไม่มีการออกมาตรการใดเพิ่ม เพียงแต่มีการเพิ่มระวังระดับความเสี่ยง

ทั้งนี้ ที่ประชุมของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์วันที่ 20 มี.ค. มีมติปรับปรุง 4 แผนงานสำคัญ คือ 1.การปรับเพิ่มแผนงานพัฒนาความรู้ 2.การจัดสรรงบขยายฐานนักลงทุน และขยายการจัดกิจกรรมการลงทุนใน 10 จังหวัด 3.ให้พัฒนาระบบส่งคำสั่งซื้อขายสำรอง และ 4.ปรับหลักเกณฑ์ในการวางหลักประกันในบัญชีเงินสด เป็นไม่ต่ำกว่า 20% เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อระบบชำระราคา โดยจะมีการหารือในที่ประชุมวิสามัญของสมาชิก ในวันที่ 26 มี.ค. นี้

“การวางหลักประกันเพิ่มอาจมีผลต่อจิตวิทยาบ้างแต่ไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรง เพราะที่ผ่านมามีการวางหลักประกันมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้นานแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เป็นจังหวะดีที่จะปรับเพิ่มการวางหลักประกัน เพราะขนาดตลาดหุ้นใหญ่ขึ้น ขณะที่มาร์จินในอุตสาหกรรมยังไม่ผิดปกติ มีเพียง 5 หมื่นล้านบาท และหากหุ้นลดลงจนมูลค่าหลักประกันแตะที่ระดับ 35% โบรกเกอร์ก็จะมีการเรียกให้วางหลักประกันเพิ่มอยู่แล้ว จากเกณฑ์อยู่ที่ 50%” นายจรัมพร กล่าว

กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า เป็นห่วงนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะนักลงทุนหน้าใหม่ที่จะเข้ามาเพื่อหวังเก็งกำไร เพราะเพียง 2 เดือนมีนักลงทุนเปิดบัญชีใหม่ถึง 4 หมื่นบัญชี หากเข้ามาเพื่อหวังเก็งกำไรโดยไม่รู้ว่าการลงทุนมีเหรียญ 2 ด้าน ไม่ใช่มีแต่เพียงขาขึ้นอย่างเดียว ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี อยากให้ผู้ลงทุนมีความรู้ ความเข้าใจ ใช้เงินเย็นที่ไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตมาลงทุน และสามารถรับความเสี่ยงได้ ซึ่งถ้าใครขาดอย่างใดอย่างหนึ่งยังไม่ควรเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอสวิคเคอร์ส ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กล่าวว่า เม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้นมีทั้งที่เข้ามาซื้อและขายสุทธิ ซึ่งในวันที่ค่าเงินบาทแข็งค่าที่สุด (20 มี.ค.) ก็พบว่านักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิ ซึ่งจะเห็นว่าตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศ

ทั้งนี้ นับจากต้นปีถึงวันที่ 20 มี.ค. ต่างชาติซื้อสุทธิเพียง 3,336.68 ล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 23,171.27 ล้านบาท พอร์ต บล. ซื้อ 1,490.48 ล้านบาท และรายย่อยขายสุทธิ 27,998 ล้านบาท

น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ในวันที่ค่าเงินบาทแข็งบรรยากาศการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ไม่ได้ผิดปกติและนักลงทุนต่างชาติยังซื้อในระดับปกติ ถ้าหากมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้มากก็จะทำให้อัตราผลตอบแทน (ยีลต์) ลดลงแต่ขณะนี้ยังคงอยู่ในระดับปกติ

นับตั้งแต่ต้นปีถึงวันนี้ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 2.6 แสนล้านบาท โดยเป็นตราสารหนี้ระยะสั้น 1.9 แสนล้านบาท และตราสารหนี้ระยะยาว 7.3 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ