
อสังหาฯไทยร้อนจนเดือด
นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ชอบคำว่า “ฟองสบู่” เพราะแสลงใจตั้งแต่ปี 2540 ต้มยำกุ้ง ที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เราเก็งกำไรกันเกินเหตุ จนลากระบบการเงินพังลงต้องปิด 56 ทรัสต์มาแล้ว
นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ชอบคำว่า “ฟองสบู่” เพราะแสลงใจตั้งแต่ปี 2540 ต้มยำกุ้ง ที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เราเก็งกำไรกันเกินเหตุ จนลากระบบการเงินพังลงต้องปิด 56 ทรัสต์มาแล้ว
คราวนี้ก็เช่นกัน ทุกคนในวงการอสังหาริมทรัพย์ไม่ยอมรับว่ามีฟองสบู่ ผสมกับผู้ใหญ่ในวงการเงิน เช่น ท่านรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจก็ออกมายืนยัน นั่งยันว่า มองไม่เห็นฟองสักที ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ออกมากระซิบว่ายังมองไม่เห็น รวมทั้ง ก.ล.ต.ที่ดูแลตลาดหุ้นที่ร้อนแรง ก็ให้ความเห็นว่าตลาดหุ้นไม่มีฟอง
แล้วประชาชนจะฟังใครดี ฟังใครไม่ได้ทั้งนั้น ต้องหันดูตัวเองช่วยตัวเองว่า ถ้าเศรษฐกิจการเงินพังลงมาอีกเป็น “ต้มยำกุ้งที่ 2” จะทำอย่างไร เพราะเชื่อใครไม่ได้อีกแล้ว แต่เป็นที่ยอมรับกันในโลกว่า เงินร้อน Hot Money ท่วมโลกกำลังเอามาลงทุนรอบแรกด้วยการ “ปั่นหุ้น” ในประเทศกำลังพัฒนาเช่นประเทศไทย และแน่นอนเงินล้นจากตลาดหุ้นก็เช่นกัน ปั่นราคาที่ดิน สร้างราคาอสังหาริมทรัพย์สูงเกินเหตุ
ขณะนี้มิใช่ประเทศไทยเท่านั้น ที่มีการร้อนแรงของเงิน จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ตามด้วยไต้หวัน เกาหลี มาเลเซีย อินโดนีเซีย อยู่ในอาการเดียวกัน เพราะเอเชียเท่านั้นที่เศรษฐกิจกำลังโตมาก ประเทศไทยหุ้นโตจะเกิน 1,700 จุด (ยอดสูงสุดก่อนต้มยำกุ้ง) หุ้นบางตัวซึ่งมีหุ้นอสังหาริมทรัพย์ โตเป็นราคาเกินจริง จน ก.ล.ต.ต้องสั่งเบรก
การซื้อขายเงินร้อนออกมาสู่ระบบการเงินกู้ง่ายมาก ขณะนี้ดอกเบี้ยกำลังจะลดอีก ยิ่งกู้ง่ายใหญ่ ส่วนอสังหาริมทรัพย์ของเราขณะนี้ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็โตมาก เปิดขายวันเดียวหมด แต่ถ้าไปเก็บข้อมูลละเอียด กว่า 50% ซื้อหลังที่สอง และอีกกว่า 10% ซื้อมากกว่าหลังที่สอง ขณะที่ปี 2556 คาดว่าการโอนจะมากกว่า 1 แสนยูนิต ต้องแข่งสูงมากในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็ออกต่างจังหวัด
คนต่างจังหวัดมีรายได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา หัวหิน และเมืองค้าชายแดน เพราะค้าขายชายแดนรายได้ดีจากทั้งบนดิน และใต้ดิน เช่น แม่สาย แม่สอด หนองคาย มุกดาหาร ปี 2556 จดทะเบียนรวมๆ ของต่างจังหวัดคาดว่าจะมีอีก 1 แสนยูนิต
ต่างจังหวัดเริ่มมีการซื้อหลังที่ 2 และที่ 3 กันมากขึ้น เช่น ที่ภูเก็ต ตลาดปกติไม่เกิน 4,000-5,000 ยูนิต ปีนี้รับรองว่ากว่า 2 เท่าตัว จากรายงานของศูนย์อสังหาริมทรัพย์ 10 ปีที่ผ่านมา ภูเก็ตโต 800% และ 3 ปีที่ผ่านมาโตก้าวกระโดด หาดใหญ่ 10 ปี โตเกือบ 200% ชลบุรี พัทยา 150% ขอนแก่น 50% แต่ขอนแก่นกำลังจะเป็นแชมป์โตก้าวกระโดด ปีนี้รับรองว่าโต 100% แน่ๆ
คำถามว่า ทำไมอสังหาฯ ถึงร้อนแรงเช่นนี้ (เราจะไม่เรียกว่าฟองสบู่) เพราะ 1) คนไทยรายได้ดีขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะคนชั้นชนกลาง และคนรวย 2) จีดีพี โตกว่า 5% แม้น้ำจะท่วม แม้แฮมเบอร์เกอร์อเมริกาเล่นงาน แต่หลังต้มยำกุ้ง เศรษฐกิจไทยโตขึ้น มีแนวโน้มว่าจะกว่า 5% ในปี 56 นี้ (ขณะที่จีน 7.5%) 3) ดอกเบี้ยต่ำสุด กู้ไม่ต้องมีดาวน์ กู้ 100% ดอกเบี้ย 0% ไม่ต้องจ่าย 6 เดือน ถึง 1 ปี และ 4) เร่งเชื้อเพลิงด้วยรัฐที่กำลังจะกู้ 2.2 ล้านล้านมาลงทุนระบบขนส่งทั่วประเทศไทย ถ้ารัฐจะใช้วิธีให้ธรรมชาติมาลงโทษความโลภในเศรษฐกิจก็ได้ ปล่อยให้พังลง แล้วค่อยมาแก้ไข หรืออยากจะ “ชะลอความเสียหาย ก็ควรจะออกมาป้องกัน” ดูประเทศที่ประสบปัญหา เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย เขาทำอย่างไร โดยเฉพาะมาเลเซีย เคยป้องกันเงินไหลเข้าออกเก่งมาก กล้าชะลอเงินไม่ให้ออกเร็ว
เวลานี้ร้อนแรงมากไม่พอ จะเดือดแล้ว จาก Hot เป็น Heat







