
หุ้นเช้าแดงทั้งกระดานร่วง 60 จุดหลุด 1,500
ตลาดหุ้นไทย ช่วงเช้าปิดที่ระดับ 1,468.94 จุด ลดลง 60.58 จุด มูลค่าการซื้อขาย 52,875 ล้านบาท ทิศทางช่วงบ่ายคงปรับลงต่อ มองแนวรับรอบนี้ 1,460 จุด
ตลาดหุ้นไทย ช่วงเช้าปิดที่ระดับ 1,468.94 จุด ลดลง 60.58 จุด มูลค่าการซื้อขาย 52,875 ล้านบาท ทิศทางช่วงบ่ายคงปรับลงต่อ มองแนวรับรอบนี้ 1,460 จุด
ดัชนีคตลาดหุ้นเช้าวันนี้ร่วง 12 จุด ตั้งแต่เปิดตลาดและแดงทั้งกระดานต่อเนื่องจนดัชนีหลุด 1,500 จุด และปิดภาคเช้าที่ 1,468.94 จุด ลดลง 60.58 จุด หรือ 3.94 % มูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 52,874.79 ล้านบาท
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การที่ดัชนีปรับลงไปมองว่าน่าจะเกิดจากแรงขายทำกำไร เพราะนักลงทุนมีต้นทุนที่ต่ำจากปีก่อน ประกอบกับตั้งแต่ต้นปี 2555 ดัชนีปรับขึ้นมาต่อเนื่องเกือบ 50 % และเพิ่งลงมา 4 % เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ที่ต้องมีการขายกำไรออกไปบ้าง
“ตอนนี้ดัชนีลงมา 4 % ยังไม่จำเป็นต้องมีรายงานไปยังหน่วยงานทางการ ที่เคยมีข้อตกลงกันว่า หากลงมาถึง 5 % ต้องมีการรายงานและหารือกับกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกอบกับมีการติดตามการซื้อขายเรื่องการใช้สินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์และการบังคับขายของโบรกเกอร์ทุกวันซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้มีความน่ากังวลแต่อย่างใด”
ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนจะได้เข้าใจภาพว่าการลงทุนมี 2 ด้านเช่นกัน ที่ผ่านมาจะเห็นเพียงแต่ด้านที่ขึ้น แต่ภาพของการลงทุนก็ย่อมมีขาลงด้วย ซึ่งในทางกลับกันอาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่จะเข้าซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (RMF)ได้
บล.ทิสโก้ ระบุว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กดดันให้ไซปรัสต้องระดมทุนให้เพียงพอภายในวันจันทร์หน้ามิเช่นนั้น ECB จะตัดความช่วยเหลือทางการเงิน สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนอีกทั้งรายงานตัวเลข PMI ภาคอุตสาหกรรมและการบริการเบื้องต้นลดลงจากเดิมที่ 47.9 เป็น 46.5 กดดันตลาดหุ้นโดยเฉพาะที่ยุโรป ในด้านของค่าเงินบาทปัจจุบันอยู่ที่ 29.22 บาท/เหรียญสหรัฐ และรองนายกฯ กิตติรัตน์มั่นใจว่าค่าเงินบาทจไม่แข็งค่าขึ้นไปถึง 27 บาทฯ
ทั้งหมดนี้ มองดัชนียังแกว่งลงต่อ แม้ระหว่างวันอาจมีเด้ง แต่น่าจะยังอยู่ในแดนลบ และภาพรวมการลงทุนช่วงนี้เป็นลบอีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า แนะนำขายลดพอร์ตต่อ และถือเงินสดมากขึ้น หุ้นปันผลอ่อนตัวน่ารับ เพราะมีอัตราผลตอบแทนที่แน่นอนรออยู่ในช่วง 1 เดือนข้างหน้า
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
BTS มูลค่าการซื้อขาย 3,332 ล้านบาท ปิดที่ 8.55 บาท ลดลง 0.65 บาท (-7.07%)
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 3,083 ล้านบาท ปิดที่ 7.15 บาท ลดลง 0.65บาท (-8.33 %)
N-PARK มูลค่าการซื้อขาย 1,951 ล้านบาท ปิดที่ 0.20 บาท ลดลง 0.02 บาท (-9.09%)
NWR มูลค่าการซื้อขาย 1,363ล้านบาท ปิดที่ 4.64 บาท ลดลง 0.46 บาท (-9.02%)
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,295 ล้านบาท ปิดที่ 329.00 บาท ลดลง 7.00 บาท (-2.08%)







