posttoday
ช้างสร้างแบรนด์กรุยตลาดโลกใช้โซเชียลมีเดียเจาะ 400 ล้านคน

ช้างสร้างแบรนด์กรุยตลาดโลกใช้โซเชียลมีเดียเจาะ 400 ล้านคน

22 มีนาคม 2556

จากกระแสโซเชียลมีเดียที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง และตัวเลขการใช้โทรศัพท์มือถือของคนไทยที่มี 1.5 ล้านเครื่อง ทำให้ทัพสินค้าทั้งหลายเริ่มเล็งเห็นโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นช่องทางการสื่อสารและช่องทางการขายใหม่ที่ทรงอิทธิพล เพราะเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกที่ ทุกเวลา และทั่วโลก

จากกระแสโซเชียลมีเดียที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง และตัวเลขการใช้โทรศัพท์มือถือของคนไทยที่มี 1.5 ล้านเครื่อง ทำให้ทัพสินค้าทั้งหลายเริ่มเล็งเห็นโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นช่องทางการสื่อสารและช่องทางการขายใหม่ที่ทรงอิทธิพล เพราะเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกที่ ทุกเวลา และทั่วโลก

สำหรับไทยเบฟเวอเรจ ปีนี้นับว่าเป็นก้าวแรกที่บริษัทเริ่มมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดียในเชิงรุก โดยทุ่มงบสูงถึง 280 ล้านบาท หรือ 20% จากงบตลาดโดยรวม 1,400 ล้านบาท บุกในดิจิตอลมีเดีย เพื่อสร้างแบรนด์ให้ทันสมัยและพร้อมก้าวสู่โกลบอลแบรนด์ จากปัจจุบันเบียร์ช้างจำหน่ายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก แต่มียอดขายไม่ถึง 10% ของรายได้รวม

สรกฤต ลัทธิธรรม ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง เปิดเผยถึงแผนตลาดบริษัทว่า ได้ใช้งบ 50 ล้านบาท จับมือ เทนเซนต์ ผู้ให้บริการสื่อสารโซเชียล แอพพลิเคชัน วีแชต จากประเทศจีน มาดำเนิน “กลยุทธ์โซเชียล แอพพลิเคชัน มาร์เก็ตติง” เพื่อสร้างอัมเบรลลาแบรนด์ช้างไปทั่วโลก จากปัจจุบันวีแชตมีผู้ใช้งาน 400 ล้านคนทั่วโลก

สำหรับ “แอพพลิเคชัน วีช้าง วีแชต” ช่วงแรกบริษัททำตลาดในประเทศไทยนำร่องก่อน และวางแผนต่อยอดจากแอพเพื่อบุกตลาดเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีน เพราะวีแชตมีฐานผู้ใช้ 300 ล้านคน อีก 100 ล้านคน เป็นชาวเอเชีย ยุโรป และอเมริกัน เพราะไทยเบฟฯ ต้องการขยายธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศจีน จากปัจจุบันที่มีโรงงานสุราที่เมืองคุนหมิง และขายเหล้ายี่ห้อจินลิงฉวน และยัง

ทั้งนี้ในประเทศจีน กลุ่มเจริญมีเหล้าขาวทำตลาดอยู่แล้ว และเตรียมทำตลาดเบียร์ช้าง และเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ เพิ่มเติม และอนาคตไทยเบฟฯ สามารถทำตลาด จัดกิจกรรม การสร้างแบรนด์ผ่านแอพไปตลาดยุโรปและอเมริกา รวมถึงตลาดอาเซียน รองรับการเปิดเออีซีด้วยได้แก่ พม่า เขมร และลาว รองบรอง

ปัจจัยที่ทำให้บริษัทรุกตลาดโซเชียล แอพพลิเคชัน มาร์เก็ตติง เพราะเป็นช่องทางการสื่อสารที่ทำให้เบียร์ช้างเข้าถึงไลฟ์สไตล์ได้ทุกกลุ่มทั่วโลก และทำให้ขยายฐานลูกค้าได้ทุกแพลทฟอร์ม ทั้งมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง และที่สำคัญเพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของเบียร์ช้างวัยรุ่นมากขึ้น สามารถเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จากเดิมที่ลูกค้าเบียร์ช้างมีอายุ 30 ปีขึ้นไป

“วีแช็ต เป็นช่องทางการสื่อสารอัมเบรลล่าแบรนด์ช้าง ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เบียร์ช้าง โซดา น้ำดื่ม เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์มีความทันสมัย และเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 15ปีขึ้นไป จากที่ผ่านมาช้างจะเป็นแบรนด์สำหรับกลุ่มลูกค้าอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งนับว่าเป็นโจทย์ใหญ่ของช้างที่ต้องการสลัดภาพลักษณ์ที่แบรนด์ล้าสมัย” นายสรกฤต กล่าว

นอกจากนี้ แอพพลิเคชัน วีช้าง วีแชต ในไทยจะเป็นช่องทางการจำหน่ายปราศจากแอลกอฮอล์ทั้งหมด นำร่องโดยน้ำดื่มและโซดาช้าง ชาเขียวโออิชิ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่บริษัทไทยดริ้งค์ เป็นผู้จัดจำหน่ายนำร่องก่อน จากนั้นบริษัทสามารถและต่อไปจะต่อยอดไปจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือไทยเบฟฯ อาทิ น้ำอัดลมเอส ฯลฯ โดยเงื่อนไขซื้อสินค้าขั้นต่ำ 500 บาท จัดส่งกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ล่าสุด บริษัทจัดโปรโมชั่นวีช้าง รับคูปองส่วนลด 10% ร้านอาหารเครือโออิชิ และตั๋วดูหนังฟรีตลอดทั้งปี และลุ้นรับฟรีไอแพด มินิ 300 เครื่อง ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้คาดหวังยอดขายช่วงแรก เพราะการซื้อสินค้าทางโทรศัพท์เป็นจุดเริ่มต้นคนไทย แต่อนาคตเชื่อว่าจะเป็นช่องทางการขายที่มาแรง โดยตั้งเป้าปีนี้ว่าจะมีผู้ใช้งานวีช้าง วีแชต ไม่ต่ำกว่า 30% หรือ 3 ล้านคน ของผู้ใช้บริการแชตในไทย 10 ล้านคน

ด้าน ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ เปิดเผยว่า กระแสโซเชียลมีเดียที่มาแรงทำให้แบรนด์หรือเจ้าของสินค้าต้องปรับตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งช่องทางโมบายในแง่ของแบรนด์สามารถจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างสีสันมากกว่าเป็นช่องทางขาย

แม้ว่าคนไทยจะเล่นโซเชียลมีเดียผ่านแอพจำนวนมาก แต่เป็นโลกที่คนต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่เหมาะที่จะนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย สำหรับสิงห์ได้ทำโมบายแอพผ่านไลน์มา 8 เดือน มีผู้ดาวน์โหลด 4 ล้านคน แต่เดือน เม.ย.นี้ จะหยุดทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านช่องทางดังกล่าวเพราะความนิยมลดลง

ปริญ มาลากุล ณ อยุธยา จากบริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ไฮเนเก้น กล่าวว่า นโยบายของไฮเนเก้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำโซเชียลมีเดีย เพราะประเทศทางตะวันตก ยุโรป หรืออเมริกา ไม่นิยมใช้แอพทางโซเชียลมีเดีย เทียบกับคนเอเชีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี จีน และไทยนิยมเล่นแอพโซเชียลมีเดียมากกว่า

ก่อนหน้านี้ เบียร์ช้างเป็นผู้นำตลาด มีส่วนแบ่ง 67% แต่การทำตลาดที่เพลี่ยงพล้ำ ทำให้ส่วนแบ่งลดลงเหลือ 30% ส่วนเบียร์สิงห์ มีส่วนแบ่ง 66% ไฮเนเก้น 4% จากมูลค่าเบียร์ 1.3 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเจริญและค่ายสิงห์ ทั้งสองค่ายวางแผนบุกขยายตลาดต่างประเทศ โดยกลุ่มเจริญใช้โมเดลการเข้าไปซื้อกิจการ ส่วนเบียร์สิงห์จับมือร่วมกับเบียร์คาร์ลสเบอร์ก ใช้เครือข่ายและศักยภาพของพันธมิตรทำตลาด สินค้าแบรนด์ไทยแบรนด์ใดจะก้าวสู่โกลบอลก่อนกัน คงเป็นเรื่องที่ต้องวัดฝีมือในอนาคต

ส่วนก้าวแรกไทยเบฟฯ การทำโซเชียลมีเดียผ่านแอพ เพื่อเข้าถึงผู้ใช้บริการวีแชต 400 ล้านคน ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ และเป็นความท้าทายสำหรับแบรนด์ไทยกรุยตลาดโลก

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด คริสตัล พาเลซ พบ ราโย บาเยกาโน่ วันนี้ 27 พ.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด คริสตัล พาเลซ พบ ราโย บาเยกาโน่ วันนี้ 27 พ.ค.69