
เสนอสกัดเงินร้อน
เอกชนระบุต้องใช้ภาษีสยบนักเก็งกำไรแค่เก็บจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน
เอกชนระบุต้องใช้ภาษีสยบนักเก็งกำไรแค่เก็บจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน
เสนอแก้ค่าเงินบาทแข็งด้วยการเก็บภาษีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนของนักลงทุนต่างชาติ
นายชาติชัย พาราสุข รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า การแก้ไขการเก็งกำไรค่าเงินบาทในขณะนี้ ทางที่ดีที่สุดคือการใช้มาตรการ Capital Control เก็บภาษีกำไรจากค่าเงินของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งภาษีนี้จะยกเว้นการทำรายการปกติสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
“มาตรการนี้ถือว่าไม่แรงและยอมรับได้ เหตุผลคือนักลงทุนควรได้กำไรจากสิ่งที่ตัวเองลงทุน เช่น พันธบัตร ไม่ใช่หวังกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะนี้ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ต่างคุมเชิง ไม่ทำอะไร ทำให้นักเก็งกำไรถล่มค่าเงินอย่างต่อเนื่อง” นายชาติชัย กล่าว
ทางด้าน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการเก็บภาษีเงินทุนไหลเข้านั้น เป็นมาตรการที่ง่ายที่สุด ไม่มีความยุ่งยาก และมีคำอธิบายสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เพราะมีหลายประเทศที่ใช้มาตรการนี้ในการสกัดเงินไหลเข้าแล้ว รวมทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ก็ยอมรับการใช้มาตรการนี้ หลังจากทั่วโลกถูกบีบจากเงินที่ไหลมาจากสหรัฐ
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า การดำรงเงินสำรองฯ ก็สามารถทำได้ แต่ขั้นตอนการปฏิบัติจะยุ่งยากกว่า และต้องอธิบายนักลงทุนต่างชาติมากกว่าการเก็บภาษี
อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยไม่ช่วยสกัดเงินที่ไหลเข้ามา และยังจะทำให้เกิดผลกระทบด้านอื่นตามมาอีกด้วย ส่วนจะใช้มาตรการอะไรนั้น ทั้ง รมว.คลัง และผู้ว่าการ ธปท. ต้องปรองดองและพูดคุยกันว่าจะใช้มาตรการใดจึงจะดีที่สุด ทั้งมาตรการการเก็บภาษีจากเงินทุนไหลเข้า หรือการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะสั้น หรืออื่นๆ
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า การจะใช้มาตรการใดนั้น ขึ้นกับกระทรวงการคลังที่จะต้องหารือกับ ธปท. ซึ่งรู้ข้อมูลการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศมากที่สุด
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ไทยสามารถที่จะนำเอาบทเรียนจากต่างประเทศที่โดนเก็งกำไรค่าเงินมาก่อน มาเป็นกรณีเทียบเคียง หากมาตรการใดเหมาะสมกับตลาดไทย ก็นำมาใช้ได้ ตัวอย่างของธนาคารกลางต่างประเทศที่นำมาตรการออกมาใช้แล้ว ได้แก่ ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ เตรียมออกมาตรการการใช้ “ระบบอัตราดอกเบี้ยหลายอัตรา” ที่แตกต่างกันทั้งอัตราดอกเบี้ย บัญชีเงินฝากแบบพิเศษ และอัตราสินเชื่อระยะข้ามคืน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดทิศทางนโยบายของธนาคารกลาง
ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากระดับปัจจุบัน 2.5% เพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อและฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ส่อแววว่าจะเกิดขึ้น
เกาหลีใต้ จะพิจารณาเก็บภาษีด้านธุรกรรมการเงินในตลาดพันธบัตรและตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ เพื่อลดความผันผวนในตลาดและค่าเงิน
สิงคโปร์ ประกาศให้ชาวต่างชาติและภาคเอกชนที่ซื้อที่อยู่อาศัยในสิงคโปร์ ต้องจ่ายค่าอากรแสตมป์สำหรับผู้ซื้อบ้านเพิ่มเติม ในอัตรา 15% ของราคาซื้อ เพิ่มจากอัตรา 10% ในปัจจุบัน
จีน ประกาศเพิ่มการเก็บภาษีจากกำไรการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ขึ้นเป็น 20% จากเดิมเก็บที่ 12% ของราคาขาย พร้อมกับกำหนดให้ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง ต้องวางเงินดาวน์ด้วยเงินของตนเอง 40%







