posttoday
ศึกพรินเตอร์หนักสารพัดแบรนด์รุก ตลาดชะลอตัว

ศึกพรินเตอร์หนักสารพัดแบรนด์รุก ตลาดชะลอตัว

20 มีนาคม 2556

ตลาดไอทีปีนี้หลายค่ายบอกว่าซบเซา การเติบโตไม่เกิน 5% ว่าแล้วก็น่าหดหู่ใจ

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

ตลาดไอทีปีนี้หลายค่ายบอกว่าซบเซา การเติบโตไม่เกิน 5% ว่าแล้วก็น่าหดหู่ใจ เช่นเดียวกับตลาดพรินเตอร์ที่มีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ที่ปีนี้อาจจะไม่เติบโตเลยด้วยซ้ำ ในขณะที่ทุกแบรนด์ต่างต้องการส่วนแบ่งตลาดเติบโตขึ้นกันทั้งนั้น ดังนั้นการแข่งขันจะดุเดือดและผู้บริโภคเตรียมรับประโยชน์ได้เลย

วาตารุ นิชิโอกะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า บริษัทได้สร้างรายได้รวมเติบโตทะลุหมื่นล้านบาทเป็นครั้งแรก โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ ซิสเต็มส์ โปรดักส์ ประกอบด้วย พรินเตอร์และอุปกรณ์พรีเซนเทชันมีการเติบโต 12% ในปีที่ผ่านมา และมียอดขายรวมทั้งปี 3,200 ล้านบาท นั่นคือรวมผลิตภัณฑ์โปรเจกเตอร์และพรีเซนเทชันไปด้วย และจากการรายงานของไอดีซี แคนนอน มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในสินค้าพรินเตอร์อิงก์เจ็ต

อีกทั้งแคนนอนได้ควบรวมกิจการกับบริษัท โอเซ่ (ประเทศไทย) ทำให้แคนนอนสามารถนำเสนอโซลูชันเทคโนโลยีการพิมพ์ทั้งสีและขาวดำ เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าองค์กรได้มากขึ้น และเปิดตลาดใหม่ โปรเฟสชันนอล พรินติง โปรดักส์ หรือเครื่องพิมพ์ระบบป้อนม้วนและป้อนแผ่น เครื่องพิมพ์หน้ากว้าง ถือเป็นตลาดใหม่ที่กำลังมาแรงตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายของแคนนอนในปีนี้ด้วย

“ในกลุ่มพรินเตอร์และพรีเซนเทชัน แคนนอนจะรักษาผู้นำตลาด โดยตั้งเป้ายอดขาย 3,500 ล้านบาทในปีนี้ โดยเปิดตัวพรินเตอร์อิงก์เจ็ตรุ่นใหม่ต่อเนื่อง มีเทคโนโลยีทั้งซิงเกิล, ออลอินวัน, ระบบไวไฟ และการรุกเข้าตลาดเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่” นิชิโอกะ กล่าว

สำหรับธุรกิจเลเซอร์พรินเตอร์จะเน้นการใช้งานง่าย มีระบบไวไฟรองรับการใช้งานและเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ทุกระดับ รวมถึงตลาดโปรเจกเตอร์ที่เน้นการเชื่อมต่อทั้งสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือจะเชื่อมต่อกับยูเอสบี เพื่อดึงไฟล์ออกมานำเสนอผลงานก็ทำได้เช่นกัน

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน ประเทศไทย เปิดเผยว่า การเติบโตของเอปสันในปีที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการปิดปีงบประมาณ แต่คาดว่าเกินกว่า 20% แน่นอน โดยตัวชูโรงสำคัญคือ โปรเจกเตอร์ที่มีเครื่องระดับล่างและขยับขึ้นสู่ตลาดระดับกลางสูงมากขึ้น ถือเป็นตลาดใหม่ของเอปสัน และเป็นการเสนอทางเลือกให้กับผู้ใช้ในประเทศไทยมากขึ้น

อีกส่วนหนึ่งคือเครื่องพิมพ์หน้ากว้างที่เอปสันได้เริ่มทำตลาดไปตั้งแต่ปีก่อนได้รับการตอบรับดีมาก โดยเน้นตลาดกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ เช่น การพิมพ์เสื้อกีฬา การพิมพ์ป้ายโฆษณา หรือกลุ่มร้านล้างอัดภาพและโฟโตแล็บที่มีหลายพันแห่งทั่วประเทศ มีแนวโน้มเปลี่ยนมาใช้เครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่แทนเครื่องพิมพ์ภาพแบบเก่า ซึ่งประหยัดต้นทุนและประหยัดเวลากว่า เรียกว่าตลาดมีความต้องการสูงและยังเติบโตได้อีกมาก ซึ่งเฉพาะส่วนของเครื่องพิมพ์หน้ากว้างเอปสันคาดว่าจะเติบโตเกิน 30% แน่นอน

ขณะที่ธุรกิจหลักคือ พรินเตอร์อิงก์เจ็ตนั้น เอปสันมองว่าปีนี้ตลาดจะไม่เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา ยิ่งเอปสันใช้ผลิตภัณฑ์อิงก์แท็งก์ ในการรุกตลาดอย่างหนักเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งจุดเด่นคือพิมพ์ได้จำนวนมาก ราคาประหยัด ทำให้ปีนี้ตลาดเครื่องทดแทนอาจจะลดลงมาก ซึ่งแม้ตลาดรวมจะไม่เติบโตแต่เอปสันเชื่อว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้จากความพอใจในสินค้าของผู้บริโภค

“เดิมผู้บริโภคซื้อพรินเตอร์ไปก็ดัดแปลงติดแท็งก์ และใช้ได้ประมาณ 612 เดือน ก็ต้องซื้อเปลี่ยนเครื่องใหม่ หรือบางแบรนด์เน้นขายเครื่องราคาต่ำ แล้วขายหมึกราคาสูง ทำให้เกิดการซื้อเครื่องใหม่บ่อยขึ้น แต่เอปสันทำเครื่องแท็งก์แท้ออกมา ทำให้อายุการใช้งานนานกว่าเดิมมาก ดังนั้นการซื้อทดแทนจะหายไป อีกส่วนหนึ่งคือผู้บริโภคหันมาซื้อเครื่องแท็งก์ แทนเครื่องราคาต่ำแบรนด์อื่นๆ เพื่อถือใช้งานยาวด้วย” ยรรยง กล่าว

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าแม้ตลาดเครื่องพรินเตอร์จะไม่เติบโต แต่เชื่อว่ามูลค่าตลาดจะขยับสูงขึ้น เนื่องจากการซื้อเครื่องราคาต่ำลดลงหันมาซื้อเครื่องราคาสูงขึ้น แต่ใช้งานได้นานกว่า

ด้านธุรกิจเครื่องพิมพ์อื่นๆ ได้แก่ เครื่องพิมพ์ธุรกิจ เช่น เครื่องพิมพ์ดอทเมตริกซ์และเครื่องพิมพ์สมุดบัญชีธนาคาร แม้ตลาดไม่หวือหวา แต่ลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะธนาคารมีการซื้อเพื่อทดแทนเครื่องเดิมต่อปีในปริมาณมาก ถือเป็นอีกตลาดที่เอปสันเน้นทำตลาด

ฐิตพล บุญประสิทธิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจ กลุ่มธุรกิจการพิมพ์และคอมพิวเตอร์ บริษัท ฮิวเลตต์แพคการ์ด (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตปีนี้จะเติบโตน้อยลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากไทยเป็นตลาดที่เติบโตแล้ว ขณะเดียวกันลูกค้าหันไปบริโภคสินค้าที่ราคาไม่สูงมากตั้งแต่ 2,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 หมื่นบาท

ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์ หรือราคาระดับล่างค่อนข้างหดตัว หรือทรงๆ แต่ยังพอมีโอกาสในกลุ่มเครื่องพิมพ์สำหรับองค์กรระดับกลางและเอสเอ็มอี ซึ่งเอชพีได้ปรับแผนธุรกิจไปให้ความสำคัญกับสินค้าในกลุ่มดังกล่าวมากขึ้นในปีนี้

อย่างไรก็ตาม จะเน้นเซ็กเมนต์ลูกค้าชัดเจนขึ้น มีสายผลิตภัณฑ์ที่ครบทุกกลุ่มความต้องการ ปีนี้จะเปิดตัวรุ่นใหม่ไม่ต่ำกว่า 20 รุ่น ราคาตั้งแต่ 3,000 บาท เป็นต้นไป พร้อมมีแคมเปญอิงก์ แอดแวนเทจ ผนวกไปพร้อมกับเครื่องและหมึกพิมพ์หลากหลายราคาและรูปแบบเป็นทางเลือกให้ลูกค้า รวมถึงประชาสัมพันธ์กับสื่อทุกรูปแบบทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และโรดโชว์ต่อเนื่องตลอดปี

นอกจากนี้ ยังเน้นพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายให้แข็งแกร่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายภาครัฐ ศึกษาและเอสเอ็มอีได้มากขึ้น เพิ่มวิธีการกระตุ้นยอดขายอื่นๆ ด้วยการสนับสนุนให้มีการใช้โซลูชันอีพรินต์ หรือพิมพ์ผ่านคลาวด์ขยายวงกว้างมากขึ้นไปอีกถึงระดับผู้ใช้ทั่วไป

“การแข่งขันทุกแบรนด์ต่างตั้งเป้ามีการเติบโตที่ดีขึ้น สำหรับเอชพีหวังว่าปีนี้จะสามารถทำได้ดีเกินไปกว่าการเติบโตของตลาดรวม” ฐิตพล กล่าว

ข้อมูลจากไอดีซี ระบุว่า ตลาดรวมเครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตปี 2555 มีอัตราการเติบโตราว 6% ยอดขาย 1.5 ล้านเครื่อง ทว่า ปี 2556 จะเติบโตได้เพียง 12% ซึ่งสวนทางกับการวิจัยในระดับโลกที่ระบุว่า เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ตสำหรับใช้งานในธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าสำนักงานมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5.2% ต่อปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท